พ่อแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ! ชาวบ้านยันเผยจุด “น้องจูน” รถชนเกิดอุบัติเหตุบ่อย

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ยังคงติดตามอาการบาดเจ็บของ “น้องจูน” เน็ตไอดอลชื่อดัง ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อกลางดึกวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังต้องดูอาการในหอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ล่าสุดทีมข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ชาวบ้านยืนยันว่าจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

วันที่ 8 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุของ นางสาววัลย์ลดา กันตพลจรัณธร หรือน้องจูน อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกกรุงเทพ บริเวณจุดกลับรถใกล้ปากซอยรังสิต-นครนายก 27 ฝั่งขาออก โดยบริเวณดังกล่าวเป็นถนน 4 เลน สามารถยูเทิร์นได้ทั้งรถขาเข้าและออกกรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำแท่งแบริเออร์สีส้มมาตั้งแบ่งสัดส่วนกันไว้ โดยพบว่าจุดดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดอยู่ 3 ตัว โดยชาวบ้านบอกว่ายังสามารถใช้การได้ตามปกติ

คุณเอกราช ศรีปฐม พ่อค้าในพื้นที่เกิดเหตุ บอกว่า วันนั้นตนได้ยินเสียงรถชนกันดังสนั่น และก็ได้วิ่งเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมพบเห็นสภาพรถเก๋งที่ด้านหน้าพังยับเยิน ซึ่งชาวบ้านละแวกนี้จะรู้ดีว่าเป็นจุดที่เกิดเหตุบ่อย โดยเฉพาะช่วงเย็น และหลัง 4 ทุ่มเป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ นาย สำเภา เชาว์ดี ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์รับจ้าง เล่าว่า จุดนี้เกิดอุบัติรถชนกันเป็นประจำ สาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากคนใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ ขับขี่รถด้วยความเร็ว เมื่อมาเจอรถที่กำลังจะยูเทิร์นจึงต่างคนต่างเบรคไม่ทัน ส่วนตัวจึงต้องการให้มีเกือกม้าสำหรับกลับรถโดยเฉพาะ

ขณะที่ครอบครัวของน้องจูน ยืนยันว่าตอนนี้ไม่ได้ติดตามเรื่องของคดีความ และคู่กรณีก็ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาหาด้วย ตอนนี้ทุกคนห่วงอาการของน้องจูนมากกว่า เพราะยังต้องรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และประเมินอาการแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง ซึ่งก็ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่นอนไม่ได้ กินไม่หลับเลย

นาย ธนันท์รัฐ กันตพลจรัณธร พ่อของน้องจูน กล่าวเพิ่มเติมว่า บริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เพราะบางคนที่กลับรถไม่มองรถที่มาทางตรงประกอบกับมาด้วยความเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมกล่าวขอบคุณทุกๆท่านที่เป็นให้กำลังใจให้น้องจูน และขอให้ทุกคนที่เอาใจช่วยน้องจูนให้ได้รับแต่สิ่งดีๆ

ขณะที่ พันตำรวจโทณัฐพล สิทธิมงคล รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบปากคำคนขับรถพ่วงไปแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการรอสอบปากคำคนขับรถคันที่น้องจูนนั่งมา ขณะเดียวกันก็กำลังมีการรวบรวมหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรของหน่วยงานรัฐและเอกชนในบริเวณจุดเกิดเหตุ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ใครถูกใครผิด

keyboard_arrow_up