ประวัติโชกโชน! ออกหมายจับ 2 โจ๋รุมยำคู่อริ พบเคยถูกจับยาเสพติด 3 ครั้ง-ลักทรัพย์-ทำร้ายร่างกาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.สมุทราสาคร ออกหมายจับ 2 โจ๋รุมยำคู่อริในห้องฉุกเฉิน รพ.กระทุ่มแบน พบเคยถูกจับยาเสพติด 3 ครั้ง-ลักทรัพย์-ทำร้ายร่างกาย ขณะที่อีกรายถูกจับคดียักยอกทรัพย์-เมาแล้วขับ

วันที่ 8 พ.ย.60 เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ. มานะ อินพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายคู่อริภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 13 คนซึ่งหลังจากที่เมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 คน และยังคงเหลืออีก 6 คน ว่า ในขณะนี้ได้ออกหมายจับเพิ่มแล้วอีก 2 คน คือ 1.นาย ณัฐพงษ์ จันทร์ทองสุข อายุ 23 ปี ประวัติเคยถูกจับกุมคดีครอบครองยาเสพติด 3 ครั้ง, ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและพยายามฆ่าโดยได้หลบหนีการจับกุม และ 2.นาย สายชล มะโน อายุ 25 ปี เคยถูกจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น, ยักยอกทรัพย์, ขับรถในขณะเมาสุราและให้ผู้อื่นกู้เงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากำหนด ส่วนผู้ก่อเหตุที่เหลืออีก 4 คนอยู่ระหว่างการรอออกหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วสุด

พ.ต.อ. มานะ อินพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 7 คน ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับ 5คน และกดดันเข้ามอบตัวอีก 2 คน ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ทำการสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรสาครภายในวันนี้ (8พ.ย.) ส่วนเรื่องของการประกันตัวนั้นต้องอยู่ในดุลยพินิจของศาลจังหวัดเท่านั้น

ทั้งนี้ส่วนมาตรการในการรักษาความปลอดภัยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้ง 5 สถานี ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนและสถานที่ราชการเป็นสำคัญ โดยตนเองได้มีการประชุมหารือและมอบนโยบายมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยตามคำสั่งการของ ผบ.ตร. และ รองผบ.ตร. โดยสั่งการให้ผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่นำไปปฏิบัติแล้ว ซึ่งก็จะเน้นไปที่การเฝ้าระวังและออกตรวจจุดเสี่ยงจุดอันตรายกับสถานที่ราชการและสถานพยาบาลมากที่สุด ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็จะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน Policeilertu เพื่อใช้ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุภายใน 5 นาที

keyboard_arrow_up