แก๊งฆ่าฝังน้องน้ำ “ปราโมทย์” เปิดใจ ไม่มีใครอยากทำเด็กตาย ปัดไม่รู้เบื้องลึก “โมนา”เหตุฆ่า (คลิป)

ความคืบหน้าวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ที่กองบังคับการปราบปราม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำพยาน และพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำพยานเกือบครบทุกปากแล้ว ซึ่งพบว่ายังให้การขัดแย้งกันอยู่ในเรื่องจำนวนของผู้ที่เข้าไปฝังศพ และบุคคลที่เป็นผู้ลงมือทำร้ายน.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือ “น้องน้ำ” จนถึงขั้นเสียชีวิต

ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า คำให้การของน.ส.ปรารถนา หรือ “เมาท์” สาวทอมคนสนิทของน.ส.กฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือ “โมนา” ผู้ซึ่งถูกซัดทอดว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกาย ได้ให้การว่า อาศัยอยู่ที่บ้านของ น.ส.กฤษณา มาตั้งแต่อายุ 19 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามและคอยดูแลในเรื่องส่วนตัว อีกทั้งยังเคยถูกน.ส.กฤษณา ทำร้ายร่างกายด้วยการเอากระป๋องสเปรย์ทุบตีตามร่างกายเหมือนกับ “น้องน้ำ” เช่นกัน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสาหัส

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พนักงานสอบสวนยังรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าศพที่ขุดพบนั้นเป็นศพน้องน้ำ รวมไปถึงการพิสูจน์บาดแผลที่บริเวณกรามด้านซ้าย ซี่โครงด้านขวา ที่หักว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมถึงลายนิ้วมือแฝง ที่อาจติดอยู่บนเสื้อผ้าของน้องน้ำ ซึ่งหากมีการพบลายนิ้วมือ ก็จะถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวคนทำร้ายน้องน้ำได้อย่างแม่นยำ และอาจนำไปสู่การออกหมายจับคนร้ายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ติดต่อไปน.ส.ปรารถนา ให้การซัดทอดว่าเป็นคนลงมือทำร้ายร่างกาย “น้องน้ำ” จนเสียชีวิต โดย น.ส.ปรารถนา ตอบเพียงสั้นๆว่า ขณะนี้ยังไม่สะดวกคุย เนื่องจากกำลังปรึกษาเรื่องคดีความกับทางผู้ใหญ่

นายปราโมทย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นพี่ชายของ น.ส.กฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือ “โมนา” ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดิน น้องน้ำ สาวใช้วัย 16 ปี นายปราโมทย์ เปิดใจว่า ตนไม่รู้รายละเอียดลึกๆ เรื่องของน้องน้ำ เป็นอย่างไร เพราะคนเราทุกคนไม่อยากให้ใครเสียชีวิต เรื่องนี้จะตั้งใจหรือไม่นั้น ยอมรับว่าไม่รู้ รู้เพียงว่าน้องน้ำ เสียชีวิตที่กรุงเทพ ส่วนตัวเปิดเผยได้เพียงเท่านี้ เพราะได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปเรียบร้อยแล้ว

 ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ปราโมทย์ ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ “โมนา” ไม่เคยมาปรึกษาเรื่องน้องน้ำ ตนจึงไม่ทราบรายละเอียด อย่างไรก็ตาม หลังจากน้องสาว ได้รับการประกันตัว น้องสาวก็ยังไม่ได้กลับบ้านที่ จ.เพชรบุรี และไม่ทราบว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน เพราะปกติ “โมนา” ก็ไม่ได้กลับบ้านอยู่แล้ว

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ นายปราโมทย์ ยอมรับว่า เครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องชีวิตวุ่นวายมาก ยุ่งมากจนกระทั่ง งานส่วนตัวยังไม่มีเวลาทำ

ขณะเดียวกันคดีของ “โมนา” ผู้ใหญ่ปราโมทย์ ยอมรับว่า ทำให้ตนเอง แม่ และครอบครัว เสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งๆ ที่ผ่านมา ตนเองทำดีมาตลอด และไม่เคยสร้างปัญหา หรือทำเรื่องเสียหายในหมู่บ้าน

ทีมข่าวลงพื้นที่ชุมชนบ้านนามอญ หมู่ที่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ที่บริเวณบ้านมารดา “โมนา” วันนี้ยังคงปิดบ้านเงียบ ไม่พบรถของนายปราโมทย์ ผู้ใหญ่บ้าน จอดอยู่ในโรงจอดรถ คาดว่านายปราโมทย์ ไม่อยู่ภายในบ้าน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายโอ (นามสมมติ) ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ช่วงเย็นวานนี้ (6 พ.ย. 60) ตนได้เข้าไปพบกับ นายปราโมทย์ เพื่อนำเงินเดือนไปให้ตามปกติ ซึ่งเป็นวันแรกหลังขุดพบศพที่ตนได้เข้าไปพบกับผู้ใหญ่

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยอีกว่า ตนได้เข้าไปคุยกับ นายปราโมทย์ ประมาณ 30 นาที ก็พบว่าผู้ใหญ่บ้าน มีอาการเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก ทั้งนี้ยังพูดแซวตนว่า ไม่ห่วงกันบ้างหรือ เพราะไม่เห็นตนเข้าไปหา เนื่องจากตั้งแต่เกิดเรื่องตนไม่เคยโทรศัพท์ไปถาม และเข้าไปหาเลย เพราะเกรงว่า จะเป็นการไปซ้ำเติม

ส่วนตัวมั่นใจในตัวผู้ใหญ่บ้าน ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เพราะปกตินายปราโมทย์ ไม่ค่อยอยู่บ้านหลังนี้ มักไปอยู่กับภรรยา ที่อาศัยอยู่นอกหมู่บ้าน โดยบ้านหลังก่อเหตุ จะมีแม่ผู้ใหญ่บ้าน และพี่ชายพักอาศัยเป็นหลัก

ขณะที่ นางอรัญญา ภู่ทอง อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า นางจันทิรา แม่น้องน้ำ ได้โทรศัพท์ติดต่อมาเพื่อให้ตนเอง ไปคัดสำเนาหลักฐานการแจ้งความ กรณีลูกสาวหายตัวไป ที่สภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อนำไปประกอบหลักฐานในสำนวนคดี การพบโครงกระดูก ซึ่งคาดว่า จะเป็นกระดูกของน้องน้ำ

นางอรัญญา ยอมรับว่า สนิทกันมากกับแม่น้องน้ำ เพราะเป็นลูกบ้านของตนเอง ที่ได้ให้ความช่วยเหลือตลอดมา เมื่อทราบข่าวรู้สึกสะท้อนใจเช่นกัน ตั้งแต่น้องน้ำหายตัวไป ได้ไปแจ้งความ และออกติดตามหาน้องน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีการเรียกตัวนายจ้างมาสอบปากคำ และไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งที่ข้อมูลก็ชัดเจนว่า น.ส.จันทิรา พาลูกสาวไปส่งที่บ้านแม่ของนายจ้าง และนายจ้าง ได้มารับตัวไป หลังจากนั้นกลับบอกว่า เด็กหนีออกจากบ้านไป แต่ไม่มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ทำให้แม่ของเด็กต้องติดตามหาเอง

ล่าสุด แม่น้องน้ำก็โทรมาบอกตนเองว่า เริ่มมีการข่มขู่กันผ่านทางโทรศัพท์ ให้ยุติคดี จึงเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าลงมาในพื้นที่ จ.เพชรบุรี จนกว่าคดีจะมีความชัดเจน ซึ่งตนเองรู้สึกหวั่นใจ เพราะหลังได้รับการประกันตัวก็เกิดเรื่องแบบนี้อีก และไม่รู้ว่าคนรอบข้างแม่เด็ก จะมีโครโดนข่มขู่อีกหรือไม่ ต้องหวังให้ทางตำรวจช่วยดูแล และติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ให้ดี

ขณะที่ นายสมนึก ผู้เช่าที่ดินแปลงที่ขุดพบโครงกระดูก ที่คาดว่าเป็นของ น.ส.จริยา หรือน้องน้ำ วันนี้นายสมนึก ได้เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี โดยนายสมนึก เล่าว่า ตนเพียงนำหลักฐานเอกสารการเช่าที่ดิน ที่ตนเช่าอยู่ไปแสดง และบอกเล่าเหตุการณ์ว่า เช่าตั้งแต่เมื่อใด และเช่าจากใคร ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก

ขณะเดียวกัน นายสมนึก เปิดเผยอีกว่า มีหลายคนเข้ามาถามรายละเอียดบอกว่า ดูข่าวแล้วรู้สึกสงสารเด็ก กับแม่เด็ก บางรายก็ไปจุดธูปเที่ยนที่ศาล ที่ตนเองตั้งไว้ ไม่รู้ว่ามาเพื่อขอหวยกันหรือเปล่า ซึ่งตนเองก็เริ่มรู้สึกอึดอัด เพราะไม่ได้พักผ่อน มีแต่คนมาหา

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางจันทิรา แม่น้องน้ำ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่มีการขุดค้นหาศพน้องน้ำ ได้มีชาวบ้านกล่าวเตือนตนว่า “ล้มคดีซะเถอะ เดี๋ยวจะเดือดร้อน” ขณะนั้นตนไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องที่ชาวบ้านพูด ภายหลังจากที่ตนได้ให้ข้อมูลกับทางสื่อไป ก็ยังไม่มีผู้ใดมาข่มขู่ตน และหลังจากที่ “โมนา” ได้รับการประกันตัวออกมา ยอมรับมีความหวั่นวิตกอยู่บ้าง แต่เมื่อวาน (6 พ.ย.) คุณปวีณา ได้ออกมาเปิดเผยในรายการต่างคน ต่างคิดว่า ไม่ต้องกลัว ทำให้ตนเองรู้สึกสบายใจมากขึ้น

โดยหลังจากที่ นายจตุรงค์ อุ่มละออ พี่ชายของน้องน้ำ ได้เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เมื่อวานที่ผ่านมา ตนก็ได้บอกให้ลูกชาย ระวังตัวมากขึ้น เวลาเดินทางไปไหนมาไหน ให้ไปเป็นกลุ่ม

นอกจากนี้ นางจันทิรา เปิดใจว่า คดีนี้เพิ่งเริ่มต้น “โมนา” มีสิทธิ์ดิ้นรนต่อสู้ และให้ต่างคนต่างสู้กันไปตามกระบวนการยุติธรรม และหลังจากนี้ ตนจะรอคอยความยุติธรรม

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้เข้าไปสอบถามกับ น.ส.บี (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของ “โมนา” ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านประชาชื่น จนทราบว่า ประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา (ปี 2558) “โมนา” ได้มีการขายบ้านหลังดังกล่าวไปแล้ว และไม่รู้ว่า  “โมนา” ย้ายไปอยู่ที่ไหน

น.ส.บี (นามสมมุติ) เพื่อนบ้านของ “โมนา”

ส่วนตัวไม่ได้สนิทกับ “โมนา” มากนัก เนื่องจาก “โมนา” ชอบเก็บตัวเงียบ ที่ผ่านมาเคยคุยกันเพียงครั้งเดียว เรื่องเพดานบ้านมีน้ำรั่วซึม และตลอดเวลาที่ “โมนา” อาศัยอยู่ข้างบ้านตนเอง ก็ไม่พบว่าจะมีปัญหาทางจิต หรือมีอารมณ์รุนแรง แต่อย่างใด และไม่เคยพบน้องน้ำ แม้แต่ครั้งเดียว เห็นเพียง “โมนา” อาศัยอยู่กับน้องสาว ที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม บุคคลในละแวกนี้ได้เปิดเผยว่า “โมนา” มีนิสัยชอบ ติดเงินค่าข้าว ค่ายาคูลท์ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

keyboard_arrow_up