ตัดได้! พ่อแม่กุญแจซอลประกาศตัดขาด เชื่อลูกโดนฝ่ายชายล้างสมอง โต้เรียก 20 ล้าน (คลิป)

หลังจาก น.ส.ป่านทอทอง บุญทอง หรือ “กุญแจซอล” นางเอกสาว ได้ตั้งท้องคลอดลูกชายคนแรกกับ  “กัปตันณัฏฐ์” หรือ น.ท.ณณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย พร้อมกับตั้งชื่อลูกว่า “น้องเทคออฟ” ซึ่งทาง คุณพ่อนึกคิด และคุณแม่มุกดา บุญทอง ได้เดินทางไปเยี่ยม รับขวัญหลาน พร้อมถ่ายรูปรับขวัญหลานตัวน้อย ขณะเดียวกัน กุญเเจซอล ก็โผเข้ากอดแม่ และขอโทษกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา และเจ้าตัวยังขอที่จะเลี้ยงดูลูกเองอีกด้วย

น.ส.ป่านทอทอง บุญทอง หรือ “กุญแจซอล” กับน้องสาว

ล่าสุด (7 พ.ย.60) นายนึกคิด และนางมุกดา พ่อและแม่ของกุญแจซอล ได้เดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงพยาบาล หลังจากนั้น “แจกัน” น้องสาวกุญแจซอล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ครอบครัวมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล มารับขวัญหลานเอาของมาให้ พวกเราคุยกับพี่ซอล ถ่ายรูปเล่นกับหลานอยู่ดีๆ น.ท.ณณัฏญ์ เข้ามาในห้อง ตะโกนว่า หยุดถ่ายได้แล้ว ถ่ายอะไรกันนักหนา แล้วไม่ให้พวกเราคุยกับพี่สาว หมายความว่าไง คุณมีสิทธิอะไรมาห้าม แค่กีดกันครอบครัวไม่ให้เจอ 9 เดือนยังไม่พออีกหรอ อดทนมานาน หนูไม่ไหวแล้วค่ะ #พี่ไม่แมนเลยค่ะ”

นายนึกคิด และนางมุกดา พ่อและแม่ของกุญแจซอล

ภายหลัง ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางมาพูดคุยกับนายนึกคิด และนางมุกดา เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นางมุกดา เปิดเผยว่า มีความสุขมากที่ครอบครัวได้เดินทางไปหาหลาน พร้อมกับซื้อของไปให้หลาน แต่เมื่อไปถึง กุญแจซอลกำลังให้นมลูก และได้เรียกเข้าไปด้านใน ซึ่งพวกตนก็ได้เข้าไปเล่นกับหลานตามปกติ พร้อมกับถ่ายรูป แต่ น.ท.ณณัฏญ์ กลับตะโกนว่า “ถ่ายอะไรนักหนา”

ซึ่งนายนึกคิด บอกว่า ตนได้ถามกลับไปว่า “ทำไมหรือ จะมาอุ้มหลาน มาเยี่ยมลูกไม่ได้หรือ” แต่พอพูดไปเช่นนั้น ทำให้ น.ท.ณณัฏญ์ ได้พากุญแจซอล และหลาน ไปยื่นอีกฝั่งของห้อง ขณะนั้นยอมรับว่า ตนถึงกับกำหมัดเพราะโมโห แต่ภรรยาได้ห้ามไว้ ซึ่งตอนนั้นแค่สงสัยว่า ทำไมตนจะอุ้มหลานไม่ได้

“เทคออฟ” ลูกชายของกุญแจซอล

วินาทีนั้น กุญแจซอลก็อึ้ง และพูดอะไรไม่ออก ซึ่งเท่าที่ครอบครัวสัมผัสได้คือ ลูกโดนล้างสมอง โดยกุญแจซอล บอกแม่ว่า แม่ไปโกหกสื่อเรื่องเรียนตั้งแต่แรก ว่าให้ไปเรียนให้จบ “ซึ่งตนพยายามทำให้เขาสำนึกตัวเอง พอมาเรื่องท้องหรือไม่ท้อง ตนก็มาแก้ให้ แต่เขากลับมาโทษเรา เนื่องจากทำให้แฟนเขาโดนด่า เขาไม่เคยเห็นว่าเราหวังดีเลย ทุกอย่างเป็นหน้ามือหลังมือ ทุกอย่างที่เราหวังดีกับเขา อีกฝ่ายเอาไปล้างสมองหมดเลย เราก็แค่บอกเขาว่าถ้าไม่รักก็ไม่ตามหา เราไปตามหาเขาทุกที่ เราไปตามหาเขาสนามบินกลัวโดนแฟนทำร้าย เขาหาว่าเราจะไปแจ้งความจับแฟน เขาบอกเราโง่ที่มาออกสื่อ อยู่นิ่งๆแบบเขาถึงฉลาด”

เมื่อทีมข่าวถามถึงความรู้สึก นายนึกคิด และนางมุกดา เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจ เลี้ยงดูลูกมาไม่เคยมีข่าวเสียหาย แต่เมื่อฝ่ายชายนำลูกสาวไปอยู่ด้วย กลับทำลายลูกสาวตน ยกตัวอย่างเช่น ปกติแล้วลูกตนไม่เคยนอนดึก เขาก็พาลูกเรานอนดึก ส่วนที่ลูกสาวคลอดก่อนกำหนด ประกอบกับหลานตัวเล็ก ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยได้บำรุงเด็ก

จากนั้น นายนึกคิด เปิดเผยอีกว่า หลังจากเจอพฤติกรรมของ น.ท.ณณัฏญ์ ทำต่อครอบครัว ตนก็ออกมาสงบสติอารมณ์นอกห้อง แล้วได้มีการนั่งปรึกษากับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งตนก็อยากจัดการเรื่องดังกล่าวให้จบวันนี้ เพราะอยู่กันครบทุกคน แต่ น.ท.ณณัฏญ์ กลับไม่คุย ไม่ให้ครอบครัวตนเยี่ยม ขนาดตนเขียนจดหมาย สอดประตูเข้าไป เขายังไม่สนใจ

ส่วนจดหมายที่เขียนนั้น นางมุกดา เปิดเผยว่า ได้เขียนข้อความว่า “กุญเเจซอล ถ้าไม่เห็นเราเป็นพ่อแม่แล้ว ให้ไปเปลี่ยนชื่อเล่น ชื่อจริง นามสกุล และทรัพย์สินของแม่ไม่ต้องมายุ่ง แม่ขอยอมแพ้ ลูกก็ชนะไปแล้วกัน ต่อไปก็ไม่ต้องเป็นพ่อแม่ เขาบอก เขาสร้างชื่อเสียงด้วยตัวเขามา กฏหมายก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยน ก็จะเปลี่ยนนามสกุล”

นอกจากนี้ นายนึกคิด และนางมุกดา ชี้แจงถึงเรื่องสินสอด ที่โดนอีกฝ่ายอ้างว่า มีการเรียกสินสอด จำนวน 20 ล้านบาท เรื่องนี้ตนได้บอกกุญแจซอล ว่าให้ฟังพวกตน เพราะพวกตนมีพยาน เนื่องจาก เพื่อนสนิทกุญแจซอล อยู่ในเหตุการณ์ และขอชี้แจงว่าไม่ได้เรียก 20 ล้านบาท มีคนกลางให้เรียกค่าสินสอด 2 ล้านบาท เพื่อเป็นบรรทัดฐาน จากนั้นแม่อีกฝ่าย เอาไปพูดประมาณว่าขายลูกกิน

จากนั้น นางมุกดา บอกอีกว่า “ครั้งนี้ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย เพราะถ้าเขาไม่เห็นเราเป็นพ่อแม่ ก็ไม่ต้องเป็นลูกกัน ถ้าถามตัดได้ไหม ถ้าเขามีเลือดชั่วแบบนี้ เราคงไม่เอา เพราะเรามีลูกอีก 2 คน”

ทางครอบครัวยังเปิดเผยอีกว่า “ถ้าถามว่า หากกุญแจซอลกลับใจแล้วพวกตนจะทำอย่างไรนั้น ขอไม่ตอบ เพราะพวกตนจะทำให้คนที่อยู่กับเรามีความสุขที่สุด ขนาดน้องแจกัน โดนพี่เขาด่ามา ก็เสียความรู้สึก ส่วนตัวผิดหวังกับลูกคนนี้มากๆ ขนาดคุณพ่อป่วยเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ เขายังไม่สนใจสักนิด”

พ่อและแม่กุญแจซอล เปิดเผยอีกว่า วันที่พวกตนส่งกุญแจซอลเข้าบ้าน AF ตอนนั้นเป็นระยะเวลา 3-4 เดือน พวกตนแทบขาดใจ แต่นี่เป็นระยะเวลา 9 เดือน กุญแจซอล ไม่คิดหรือว่าเราจะคิดถึงเขา

ส่วนการยอมรับในตัวฝ่ายชาย ยืนยันว่า “ฝ่ายชายเราคงรับเขาอีกต่อไปไม่ได้ เราผิดหวังที่ไว้ใจ แต่เขาไม่ให้เกียรติเรา ไม่ให้เกียรติพ่อแม่เขา ไม่ให้เกียรติวิชาชีพ”

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Jaegun Bonnthong

keyboard_arrow_up