ตร.พิสูจน์หลักฐาน,แม่-พี่สาว ‘น้องน้ำหวาน’ เข้าตรวจสอบ ‘วิถีกระสุน’ บ้านนายจ้างอีกครั้ง

ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบ “วิถีกระสุน” ในบ้านนายจ้าง “น้องน้ำหวาน” สาวใช้เมียนมา ที่จังหวัดราชบุรีอีกครั้ง หลังวานนี้ ผลชันสูตรศพ พบใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด ขณะที่ครอบครัวไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ และพี่สาวของน้องน้ำหวาน สาวใช้ชาวเมียนมา ที่เสียชีวิตภายในบ้านของนายจ้าง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พร้อม นายโคโค นัย และทนายรณณรงค์ แก้วเพชร์ เดินทางมายัง สภ.บ้านโป่ง

เข้าพบกับ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธร ภาค 7 และ พ.ต.อ.ณรงเดช ศักดิ์สมบูรณ์ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ
โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ภายในบ้านหลังดังกล่าว

พล.ต.ต.กฤษณะ บอกว่า วันนี้จะนำแม่ และพี่สาว พร้อมคณะเข้าไปดูในห้องที่เกิดเหตุ ห้องพัก และทรัพย์สินของผู้ตาย โดยจะให้ทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จำลองวิถีกระสุนขึ้นใหม่ หลังจากได้รับข้อมูลจากนิติเวช รพ.ตำรวจ เรื่องบาดแผลที่บริเวณศีรษะของผู้ตายที่เกิดจากการยิงจากด้านซ้ายไปขวา

ทนายรณณรงค์ เปิดเผยว่า วันนี้ต้องเข้าไปดูที่เกิดเหตุ เพื่อดูวิถีกระสุน สภาพศพ รอยเลือด รอยตกของปลอกกระสุน และจุดที่พักอาศัยของน้องน้ำหวาน ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ เพราะมีประเด็นเรื่องทรัพย์ของผู้ตายที่หายไป เพื่อความกระจ่าง

นางสาวลูกหว้า พี่สาวของน้องน้ำหวาน ยังคงยืนยันว่า สาเหตุที่ตนต้องหนีออกจากบ้านของนายจ้างเป็นเพราะทนกับสภาพความกดดันเรื่องงงานไม่ไหว ส่วนเรื่องเงิน นายจ้างให้การกับตำรวจว่า น้องน้ำหวานเคยพูดว่า น้ำหวาน และพี่สาววางแผนเก็บเงิน เพื่อนำไปเปิดร้านขายของชำให้กับพ่อที่อยู่ในประเทศเมียนมาร์นั้น ขอยืนยันว่า ไม่เคยมีการพูดคุยกัน และตนไม่รู้ว่าน้องสาวมีเงินเก็บอยู่จำนวนเท่าไร และเก็บไว้ที่ใดบ้าง นอกจากนั้น ยังย้ำด้วยว่า น้องน้ำหวานมีความต้องการลาออกจากงานดังกล่าวด้วย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจสอบอยู่ในบ้าน หลังจากนี้ คาดว่าทาง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธร ภาค 7 จะมีการแถลงข่าว หลังการตรวจสอบวิถีกระสุนใหม่.

keyboard_arrow_up