เดือด! ศึกชิงลูก แม่แฉหลักฐานเด็ด ตายายขู่พาเด็กซ่อน – ยายฉะ ข้อมูลมั่ว (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ลงภาพครอบครัว พร้อมเด็กผู้หญิง ระบุข้อความว่า สองตา-ยาย รับเลี้ยงลูกสาวของหลาน ตั้งแต่อายุ 3 เดือน จนกระทั่ง 5 ขวบ โดยที่ผ่านมาไม่เคยได้ค่าจ้างจาก พ่อ-แม่ของเด็ก ก่อนจะถูกจับฐานพรากผู้เยาว์ ต้องกู้เงินมาประกันตัวเองสูงถึง 36,000 บาท ก่อนนำเรื่องร้องต่อสื่อว่าทำไมแม่น้องขนุนถึงแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์

ในวันนี้ (11 พฤษภาคม 2560) เวลา 18.50 น. บี แม่น้องขนุน ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ผ่านรายการต่างคนต่างคิด ว่า ตอนแรกจะถอนแจ้งความในการดำเนินคดีกับน้าผู้เป็นคู่กรณี แต่ได้มีการปรึกษากับทางตำรวจ จนได้คำตอบว่าคดีนี้เป็นคดีอาญา ไม่สามารถถอนแจ้งความได้ จึงตัดสินใจให้ศาลตัดสิน

แม่ของน้องขนุน

ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจแจ้งความ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้เกือบเดือน จนกระทั่งน้าติดต่อกลับมาทางไลน์ว่า ขอเงิน ให้โอนเงินให้  ถ้าไม่โอนเงินมาไม่เป็นไร น้าลำบากขนุนก็ลำบากด้วย ไม่ส่งมาไม่เป็นไร อย่าได้เจอกันอีก 

ข้อความแชทไลน์ระหว่างแม่น้องขนุนกับยายที่รับเลี้ยงดู
ข้อความแชทไลน์ระหว่างแม่น้องขนุนกับยายที่รับเลี้ยงดู

ตนจึงพยายามสอบถามตลอดว่าลูกสาวอยู่ที่ไหน เนื่องจากทราบว่าน้าของตนย้ายออกไปจากจังหวัดชัยภูมิ โดยพาลูกสาวตนไปด้วย จนกระทั่งทราบว่าย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี และน้าไม่เคยแจ้งว่าจะย้ายที่พักกับตน โทรไปหากี่ครั้งก็ไม่ติด ด้วยความเป็นแม่ ไม่รู้จะทำอะไรดี จึงขอไปหาแต่ก็บอกเพียงว่าไปอ่างทองบ้าง ไปสุพรรณบ้าง จนกระทั้งมีญาติมาบอกว่าคู่กรณีนำลูกตนหนีหนี้สินไปกลางดึก ยิ่งทำให้ตนเองเป็นห่วงลูกสาว เพราะลูกก็ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ ก่อนตัดสินใจขอลูกคืน เพราะรับไม่ได้ที่ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ และลูกมีรอยขีดข่วนบนใบหน้าจากเล็บสุนัข เพราะลูกต้องนอนกับสุนัข พร้อมตั้งคำถามกับน้าว่า เอาลูกออกจากโรงเรียนทำไม

ส่วนเรื่อง การจ้างเลี้ยงดู ตนเองไม่ได้เป็นคนเสนอให้มารับเลี้ยงลูกตน เพราะเมื่อ 5 ปีก่อน น้าทั้ง2คนเห็นลูกสาวตน แล้วเกิดอยากนำไปเลี้ยงเพราะเอ็นดู จึงเอ่ยปากขอรับเลี้ยง และน้าบอกว่าเราจะได้ไปทำงานอย่างเต็มที่ เพราะถ้าไปจ้างคนอื่นเลี้ยงก็ลำบาก ยื่นข้อเสนอว่า ให้ส่งเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละ 4,000 บาท แบ่งเป็นค่านมลูก  2,000 บาท และค่าเลี้ยงดู 2,000 บาท ก่อนที่จะกลับไปคิดทบทวนเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือน จึงตัดสินใจให้เลี้ยงเพราะคิดว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็คงจะไม่เกิดปัญหาอะไร และตนเองก็จ่ายเงินต่อเนื่องทุกเดือน ไม่เคยเบี้ยว  ส่วนกรณีที่ไม่เอาลูกมาเลี้ยงก่อนหน้านี้ เพราะไปขอลูกคืนตั้งแต่อายุ 1 ขวบ แต่น้าไม่ยอมจะเข้ามาตบตน พร้อมบอกว่า ถ้าเข้ามาลูกเจ็บแน่ ก็ทำให้เราไม่กล้าเข้าไป  และยืนยันว่า ตนติดต่อกับลูกเสมอตลอดระยะเวลา 5 ปี

แม่ของน้องขนุนเปิดใจในรายการต่าวคนต่างคิด

ซึ่งตอนนี้ตัดสินใจดีแล้วที่นำมาลูกมาเลี้ยง ยืนยันว่า ตอนนี้ลูกสภาพจิตใจดี แต่ลูกอยากกลับไปเรียนหนังสือ และหาที่เรียนให้ลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนตนก็ตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะกระแสข่าวที่เข้ามาและปัญหาต่างๆจนตนไม่มีจิตใจที่จะทำงาน พร้อมกับอยากให้น้า ขอโทษพ่อแม่ตนเอง เพราะพวกเขาไม่มีเงินแล้ว อยากให้ดูแลบ้าง

นิชาภา เมฆลอย ยายที่เลี้ยงดูน้องขนุน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ

ด้าน  นางนิชาภา เมฆลอย อายุ 46 ปี ยาย ที่ถูกออกหมายจับ เปิดเผยว่า่“ที่เลี้ยงหลานมาก็รัก รู้สึกเจ็บใจ ที่เลี้ยงมาอย่างดี กลับต้องมาถูกดำเนินคดี ไม่นึกเลยว่าจะถูกกระทำแบบนี้ ” โดยหลังจากที่หลานไม่ได้อยู่กับตนเอง ก็พยายามติดต่อผ่านทางแม่น้องขนุน แต่ก็ไม่รับสาย ระบุว่ามันทรมานจิตใจ ส่วนที่ย้ายบ้านเพราะตนเองทะเลาะกับแม่ และจะให้ทิ้งหลานไว้กับใคร ส่วนเรื่องการเอาหลานมาเลี้ยง  อยากรู้แค่ว่าไปขอเลี้ยงตอนไหน และพร้อมที่จะคุยแต่ให้คุยเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องโกหก พร้อมกับให้แม่น้องขนุนเตรียมเอกสารหลักฐานมาให้พร้อม

วรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ

วรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ บอกว่า กรณีดังกล่าว กฎหมายให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงซึ่งเป็นมารดาเท่านั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1546 และมารดาแต่ผู้เดียวเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ตามกฎหมายตามมาตรา 1566, มาตรา 1567 ได้ตามปกติ เพราะคือสิทธิของแม่ ถ้าแม่จะขอคืนแม่มีสิทธิ และทางมารดาเองก็มีการจ่ายเงินตามที่ได้ตกลงเอาไว้และจ่ายทุกเดือนก็ไม่ถือว่าผิดกฎ  ส่วนการเอาเด็กมาต่อรองเรื่องเงินทนายตอบว่า จะค้าขายเด็กแล้วเอาชีวิตเด็กเป็นประกันเหรอ และหากขึ้นชั้นศาล ศาลให้ไกล่เกลี่ยอย่างแน่นอน เพราะการเลี้ยงดูที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอามาเพื่อสร้างความเสียหาย

keyboard_arrow_up