สาวเหยื่อโจรกระชากกระเป๋าสุดเศร้า เข้าวิวาห์ทั้งแขนหัก จี้ตำรวจจับ-ภาพชัดถูกลากกับถนน (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอและภาพ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 i สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมเสื้อแจ็คเก็ต สีดำ สกรีนโลโก้ไว้ที่ด้านหลัง ขับมาตามทางเท้าบนถนนพหลโยธิน ในเวลากลางคืน เมื่อเห็นผู้หญิงที่เดินมาตามทางเท้า ก็ขับรถเข้าประกบแล้วกระชากเอากระเป๋าสะพาย ซึ่งแรงกระชากทำให้ร่างของผู้หญิงเสียหลัก ไถลไปกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด วันนี้ (5 พ.ย. 60) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวมิ้ง (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ผู้เสียหาย ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะนั้นตนเพิ่งเลิกงานใช้เส้นทางบริเวณถนนหน้าพหลโยธิน เดินทางไปขึ้นรถตู้ที่อนุเสาวรีย์ เพื่อกลับบ้านที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

ช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้ที่ใช้ถนนบริเวณฟุตปาธ ประมาณ 3-4 คน ขณะนั้นตนไม่ทราบว่าคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาใกล้กับตน เนื่องจากคนร้ายได้ปิดไฟหน้ารถ และขับรถมาด้วยความเงียบ ก่อนที่จะเข้ามากระชากกระเป๋า

นางสาวมิ้ง (นามสมมติ) ผู้เสียหายพูดคุยกับผู้สื่อขข่าว

คุณมิ้ง บอกอีกว่า ได้สะพายกระเป๋าแล้วแขวนไว้บริเวณข้อพับขวา คนร้ายจึงได้เข้ามากระชากกระเป๋าตน ที่มีเงินสด 3,000 บาท และโทรศัพท์ 2 เครื่อง อยู่ในนั้น ทำให้ร่างของตน ปลิวไปตามแรงกระชากของคนร้าย และไถลไปกองบนพื้น วินาทีนั้นตนได้บอกให้คนในละเเวกใกล้เคียงช่วยเหลือ ซึ่งมีพลเมืองดีได้ช่วยโทรศัพท์เเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ได้ติดต่อมาหาตน เพื่อขอภาพกล้องวงจรปิดในแต่ละจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี

ภายหลังจากเกิดเหตุ คุณมิ้ง ได้เข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แพทย์ได้บอกว่า ตนต้องเข้าเฝือกที่แขนและนิ้ว เนื่องจาก ข้อมือขวาแตก และนิ้วก้อยซ้ายแตก สัปดาห์หน้าแพทย์จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่า ต้องผ่าตัดหรือไม่

สภาพบาดแผลของคุณมิ้ง (นามสมมติ)

นอกจากนี้ คุณมิ้ง ยังบอกอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนรู้สึกกลัว เพราะยังต้องใช้เส้นทางที่เกิดเหตุในการเดินทางกลับบ้าน พร้อมยอมรับว่า หลังเกิดเหตุการณ์นี้ตนคิดว่าไม่อยากพกกระเป๋าอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม คุณมิ้ง บอกว่า ถ้าหากตนเจอคนร้ายก็อยากบอกว่า “ถ้าขอกระเป๋าดีๆ ตนก็ยินดีจะให้ แต่ไม่น่ากระชากกระเป๋าขนาดนี้ ซึ่งตนไม่ได้เสียดายทรัพย์สินที่เสียไป เนื่องจากทรัพย์สินสามารถหาใหม่ได้ แต่ร่างกายตนต้องมาซ่อมแซมใหม่ พร้อมกับเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาอีก

ทั้งนี้ เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ตนก็รู้สึกเเย่ เนื่องจากกำลังจะแต่งงาน วันที่ 12 พ.ย. คงเป็นเรื่องแปลกที่ตนเองต้องใส่เฝือกรดน้ำสังข์

ป้ายรถเมล์บริเวณ BTS สนามเป้า

หลังจากนั้น ทีมข่าวได้ลงสำรวจพื้นที่บริเวณถนนพหลโยธิน และบริเวณสนามเป้า พบว่า แต่ละจุดมีแสงไฟฟ้าส่องสว่างเพียงพอ และยังมีกล้องวงจรปิด ส่วนบริเวณป้ายรถประจำทาง ก็มีแสงไฟที่พอจะให้ความสว่าง และความปลอดภัยแก่ผู้ที่จะใช้รถประจำทางได้

นายอุทัย อุปรากรณ์ หรือ “ย่ง” ประชาชนที่ค้าขายบริเวณถนนพหลโยธิน

ทีมข่าวได้สอบถามกับ นายอุทัย อุปรากรณ์ หรือ “ย่ง” อายุ 50 ปี ประชาชนที่ค้าขายบริเวณถนนพหลโยธิน เปิดเผยว่า เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา บริเวณถนนพหลโยธิน และสนามเป้า จะมีเหตุวิ่งราวทรัพย์บ่อย เนื่องจากแต่ก่อนไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวไม่มี จึงทำให้มืด และเกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์

โดยตนเคยเจอเหตุการณ์วิ่งราวทรัพย์ต่อหน้า ซึ่งคนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่มากัน 2 คน ก่อนที่จะให้คนซ้อนท้ายกระชากกระเป๋าผู้เสียหาย แล้วขับหนีหายไป ส่วนช่วงเวลาก่อเหตุ จะเป็นช่วงเวลาประมาณ 18.00-21.00 น.

keyboard_arrow_up