สลับตัวคนทำผิด? คดีรถชนคนตาย แม่โวยคนก่อเหตุเอาเด็ก 16 รับแทน แฉภาพวงจรปิดชี้พิรุธ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2560 ที่ถนนสุขาภิบาล 5 ปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 70 ได้เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูเนอร์ ชนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ซึ่งมี นายปิยทัศน์ สุรวุฒิวิชัย ชื่อเล่น นาว เสียชีวิตคาที่ คดีดังกล่าวทางครอบครัวผู้ตายเห็นว่า ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อว่า น่าจะมีการสลับตัวผู้กระทำความผิด

ล่าสุด วันนี้ (31 ต.ค.60) นางศศิยาพัชร และ นายวรชัย สุรวุฒิวิชัย พ่อและแม่น้องนาว ได้เดินทางมาชี้แจงผ่านรายการ ต่างคนต่างคิด ออกอากาศ เวลา 18.50 น. ว่าได้มีการนำหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ที่ตนเองได้ไปตามหามาด้วยตนเอง ซึ่งในภาพจะปรากฎภาพช่วงเกิดเหตุ ซึ่งทันทีที่รถฟอร์จูนเนอร์ พุ่งชนรถจักรยานยนต์แล้ว ได้มีคนขับรูปร่างท้วม ใส่เสื้อสีน้ำตาล ลงจากรถมาดูเหตุการณ์ ก่อนที่จะขึ้นรถจักรยานยนต์ ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งคาดว่าก็น่าจะเป็นคนรู้จักกัน ขับออกจากที่เกิดเหตุไป และไม่นานนัก ก็ได้ย้อนมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนเสื้อเป็นสีขาว

นางศศิยาพัชร ยังเล่าว่า เมื่อไปถึง สน.สายไหม ทางเจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์ ได้มีการพาเด็กผู้ชายอายุ 16 ปี มาแสดงความรับผิด โดยอ้างว่า เด็กชายวัย 16 ปี แอบเอารถตัวเองออกไปใช้ แต่ตนเองไม่เชื่อ เนื่องจากได้มีพยานเห็นเหตุการณ์ระบุว่า คนชนเป็นชายสูงอายุ โดยในรายการต่างคนต่างคิด พยานรายดังกล่าวได้มาปรากฎตัวด้วย

นอกจากนี้ เมื่อถามว่า เหตุใดถึงไม่นำพยานรายนี้ ไปชี้แจงกับตำรวจ ทางครอบครัวผู้ตายระบุว่า ขณะนั้นตนเองไม่มีความรู้ทางกฎหมาย และไม่คิดว่าคดีจะออกมารูปแบบนี้ จนตอนหลังไปเจอพยานรายต่างๆ จึงทำให้เชื่อว่า คนทำผิดตัวจริงต้องไม่ใช่เด็กชาย อายุ 16 ปี ซึ่งการออกมาขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ ไม่ได้หวังเงินจากคู่กรณี เพราะญาติเคยถามต่อหน้าคู่กรณี แต่คู่กรณีได้ปฎิเสธ จึงทำได้เพียงบอกว่า เวรกรรมมันมีจริง วันหนึ่งคุณอาจเจอ แบบที่ครอบครัวเราเจอก็ได้

ทางด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชน เชื่อว่า การเปลี่ยนตัวผู้ทำผิดสามารถทำได้ เพราะหากให้เด็ก 16 ปี สมอ้างเป็นคนชน จะทำให้โอกาสการรับโทษค่อนข้างน้อยกว่าผู้ใหญ่ หรืออาจไม่ถูกโทษจองจำเลย ดังนั้นการยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องนี้ เพื่อต้องการช่วยเหลือครอบครัวผู้ตาย ให้ได้รับความเป็นธรรม และหาผู้ทำผิดตัวจริงมารับโทษ

รวมทั้งเมื่อเทียบเคียงภาพกล้องวงจรปิด คนที่ลงจากรถฟอร์จูนเนอร์ กับเด็กชายวัย 16 ปี ที่สมอ้างเป็นคนชน ลักษณะความสูงต่ำก็แตกต่างกันชัดเจน คดีนี้อยู่ในชั้นศาล และทางเราได้ชี้แจงศาลแล้ว โดยศาลนัดสืบพยานอีกครั้ง 26 ม.ค.61 และหากทุกอย่างยังไม่คืบหน้า จะยื่นฟ้องคดีด้วยตนเอง เพราะมีหลักฐานใหม่เป็นพยานหลายคนที่พร้อมให้ข้อมูล

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ยังจุดเกิดเหตุ บริเวณปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 70 พบว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นถนนใหญ่ขนาด 4 เลน ซึ่งเป็นถนนเส้นทางตรงยาว รถสัญจรค่อนข้างเร็ว ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ จะพบว่ามีรถยนต์ขับรถตัดเลนถนนจากอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อเข้าซอยเป็นจำนวนหลายคัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

น.ส.เจน (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์

ด้าน น.ส.เจน (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันดังกล่าวตนอยู่ระหว่างการขับรถจักรยานยนต์ ส่งขนมตามปกติ แต่เมื่อผ่านมาที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพียงไม่ถึง 5 วินาที และตนได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น จึงตัดสินใจวนรถกลับมาดู จากนั้นก็ตะโกนร้องให้คนเข้ามาช่วย

ตอนนั้น รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ยังจอดหลบอยู่ในซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 70 ที่ไม่ยอมลงมาดูผู้เสียชีวิต จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 5-10 นาที เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง ผู้ขับขี่จึงลงมาจากรถ ตอนนั้นจำได้ว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ เป็นผู้ชายรูปร่างท้วม อายุผู้ขับขี่ประมาณ 50 ปี พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่เด็กวัยรุ่นขับอย่างแน่นอน

โดยส่วนตัวคิดว่า เวลาเกิดเหตุ ผู้ขับขี่ควรลงมาดูแลรับผิดชอบ เพราะตลอดที่เกิดเรื่อง คนขับไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ ทั้งที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นแรงมาก ตนคิดว่าผิดถูกตอนนั้นไม่รู้ แต่ควรห่วงชีวิตคนเจ็บเสียก่อน

 

keyboard_arrow_up