ญาติร้องกองปราบ ไม่เชื่อ ‘แรงงานสาวพม่า’ ยิงตัวตาย หลังพบพิรุธหลายแห่ง

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานฑูตเมียนมา และครอบครัวของน้องหวาน หรือนางสาวหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี ที่ใช้ปืนของนายจ้างยิงตัวตายในบ้านพัก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา โดยนำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่เนื่องจากทางสถานฑูตและครอบครัวมีข้อสงสัยติดใจว่าน้องหวานอาจจะถูกฆาตกรรม และจัดฉากว่าเป็นฆ่าตัวตาย

นางสาวลูกหว้า ปาเปียว พี่สาวของน้องหวาน เปิดเผยว่า ครอบครัวมีความสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของน้องหวานหลายข้อ เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นคนถนัดซ้าย แต่กลับเสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าทางขมับขวา ที่สำคัญน้องหวานใช้อาวุธปืนไม่เป็น ซึ่งในวันเกิดเหตุ (คืนวันที่6 สิงหาคม) นางสาวลูกหว้าได้หนีออกจากบ้านโดยไม่ได้บอกใคร และปิดโทรศัพท์มือถือเพราะความเครียดจากการทำงานและกดดันที่ถูกนายจ้างต่อว่า เช้าวันรุ่งขึ้นจึงทราบข่าวว่าน้องสาวเสียชีวิต โดยตำรวจแจ้งสาเหตุของการเสียชีวิตว่า เกิดจากความเครียดที่พี่สาวหนีออกจากบ้านไป จึงคิดว่ามีเงื่อนงำเพราะน้องหวานเข้ามาทำงานกับนายจ้างคนนี้ก่อนหน้าตนถึง 5 เดือน จึงไม่น่าฆ่าตัวตายเพราะเรื่องแค่พี่สาวออกจากบ้าน ครอบครัวจึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย

นางสาวลูกหว้า ปาเปียว พี่สาวของนางสาวหวาน

ขณะที่นายอง โก ทัน เจ้าหน้าที่ด้านแรงงาน สถานเอกอัคราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า จากลักษณะการเสียชีวิตของน้องหวานคือการเสียชีวิตแบบไม่ปกติ ซึ่งทางสถานทูตเชื่อว่าน้องหวานไม่ได้ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน โดยมีข้อสงสัย จำนวน 4 ข้อ คือ ข้อแรกน้องหวานเป็นชาวเมียนมาร์ที่ไม่เคยใช้ปืนเลย ประกอบกับ น้องหวานเป็นคนถนัดมือซ้าย แต่ทิศทางกระสุนถูกยิงเข้าขมับขวา จึงเป็นที่ผิดสังเกตุ ข้อสองในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนจำนวนสองนัด ซึ่งหากเป็นการฆ่าตัวตายคงไม่ยิงถึงสองครั้ง ข้อสามทางครอบครัวและสถานทูตไม่เคยได้รับข้อมูลเรื่องผลตรวจชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากทางตำรวจท้องที่ไม่ได้มีการแจ้งอย่างชัดเจน และ จากสภาพศพที่ไม่มีการทำความสะอาดทำให้เชื่อว่ายังไม่ได้มีการชันสูตรศพ ข้อสี่พบว่ามีการสับเปลี่ยนของกลางคือปืนที่ใช้ก่อเหตุ เนื่องจากพี่สาวน้องหวานเคยเห็นปืนของนายจ้างเป็นสีดำแต่ถูกสับเปลี่ยนเป็นสีเงิน ซึ่งไม่ใช่ของกลางจริง

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

นอกจากนี้ยังพบว่า เอกสารบัตรแรงงานต่างด้าวที่ประเทศไทยออกให้ ระบุว่านางสาวหวาน อายุ 23 ปี แต่ทางสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ ยืนยันว่า นางสาวหวานมีอายุ 17 ปีเท่านั้น โดยทางสถานทูตจะดำเนินการให้ถึงที่สุดเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องไว้ ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา และสืบสวนสอบสวนต่อไป

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

สำหรับคดีนี้ ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี บอกว่า จากการตรวจสอบ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ละในวันเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมเก็บดีเอ็นเอคนในบ้านทั้งหมดไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่ตัวผู้ตายและปืนก็ไม่พบ ส่วนคราบเขม่าปืนติดอยู่ที่มือผู้ตาย ชี้ชัดว่าสาเหตุเป็นการฆ่าตัวตายเอง

 

keyboard_arrow_up