พี่สาวผอ.อ้อย ลั่นอยากเห็น ‘ผู้กองเหน่ง’ รับกรรมแบบชีวิตแลกชีวิต ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ “ผู้กองเหน่ง” นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับคดีการเสียชีวิตของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ “ผอ.อ้อย” ภายหลังพบชิ้นส่วนกระดูกของ ผอ.อ้อย ในป่าใกล้เนินห้าร้อย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวว่า ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ของกระดูกที่พบในป่า ยืนยันว่า ตรงกับดีเอ็นเอของครอบครัว ผอ.อ้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนเกิดเหตุ ของผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนี้จึงเตรียม แจ้งข้อหา ผู้กองเหน่ง เพิ่มอีก 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐาน แต่ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนที่ต้องเก็บเพิ่มเติม ก่อนสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติกว่า 10 คนได้เดินทางมาสังเกตการณ์ ซึ่ง น.ส.หมายปอง เปิดเผยว่า ทางญาติได้เตรียมยื่นคัดค้านการประกันตัว ผู้กองเหน่ง เนื่องจากกลัวผู้ต้องหาหลบหนี หลังจากพบกระดูกที่พิสูจน์ยืนยันว่าเป็นของผอ.อ้อย ตนมีความรู้สึกทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เพราะก่อนหน้านี้แม้ ผอ.อ้อยจะหายสาบสูญไปเป็นเวลาร่วม 3 เดือน แต่ก็ยังไม่ความหวังว่าน้องสาวยังมีชีวิต วันนี้อยากให้ผู้กองเหน่ง ออกมายอมรับต่อการกระทำของตัวเองแบบลูกผู้ชาย ซึ่งทางคดีก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ส่วนตัว อยากให้ผู้กองเหน่งได้รับผลกรรมที่ทำลงไป แบบชีวิตแลกชีวิต

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงคดีนี้ว่า พนักงานสอบสวนเน้นวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อความชัดเจน เบื้องต้นจากตรวจชิ้นส่วนกระดูกพบว่าดีเอ็นเอตรงกับ ผอ.อ้อย ซึ่งได้มอบหมายให้ทาง พล.ต.ท.วิสณุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาดูแลคดีดังกล่าว และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าจะสามารถแจ้งข้อหาใดเพิ่มหรือไม่ โดยจะรายงานผลมายังตนเองภายในวันนี้ สำหรับคดีนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและค้นหาร่างมาอย่างต่อเนื่อง ตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ หากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงผู้ใดจะเอาผิดตามกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.

keyboard_arrow_up