วิญญาณ ผอ.อ้อย กลับบ้านแล้ว แม่เชิญพราหมณ์ทำพิธี อ้างเห็นภาพชัดใส่ชุดข้าราชการ (คลิป)

จากกรณีการค้นหาร่างของนางจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ “ผอ.อ้อย” อายุ 37 ปี ผู้อำนวยการกองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่คาดว่าถูกอุ้มฆ่า ภายหลังครอบครัวได้ออกตามหาเป็นระยะเวลายาวนาน จนเมื่อวันที่ 23 ต.ค.นางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของผอ.อ้อย ฝันว่าได้ยินเสียงคนบอกว่าศพของลูกสาวอยู่ใกล้กับทางไปฐานทหารที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวได้พบกะโหลกศีรษะมนุษย์ เส้นผม เข้มขัดข้าราชการ และนาฬิกาข้อมือ พร้อมกับพบกระโปรงข้าราชการสีกากี 1 ตัว และพบกระดูกมนุษย์ส่วนขา 1 ชิ้น กระดูกต้นขาท่อนบน 1 ชิ้น จนทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บไปเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ จนทางนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจได้ระบุถึงผลการตรวจดีเอ็นเอจากกระดูกต้นขาและกะโหลกว่า ตรงกับ นางจุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย

ครอบครัวและชาวบ้านช่วยกันตั้งเต็นท์ เพื่อเตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศลของ ผอ.อ้อย

ล่าสุด วันนี้ (28 ต.ค.60) ที่หมู่ 5 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวจุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย พบว่าญาติและชาวบ้าน ได้นำเต็นท์ โต๊ะและเก้าอี้ มาจัดวาง เพื่อเตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศลของ ผอ.อ้อย ภายหลัง ผลดีเอ็นเอของกระดูกที่พบภายในป่า ใกล้กับฐานอนุพงษ์ ยืนยันว่า ตรงกับดีเอ็นเอของ ผอ.อ้อย

น.ส.สมปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของผอ.อ้อย

ทางด้าน น.ส.สมปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของผอ.อ้อย เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (27 ต.ค.) เวลาประมาณ 18.10 น. แพทย์จากนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โทรศัพท์มาแจ้งว่า ผลดีเอ็นเอของกระดูกสะโพก กะโหลกศีรษะ และเส้นผม ตรงกับดีเอ็นเอของ ผอ.อ้อย ซึ่งน.ส.สมปอง บอกว่า เมื่อตนได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ตกใจกับผลที่ออกมา เนื่องจากค่อนข้างมั่นใจว่ากระดูกดังกล่าวเป็นของ ผอ.อ้อย พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ญาติทุกคนเริ่มทำใจได้กับการเสียชีวิตของ ผอ.อ้อยแล้ว

หลังจากนี้ ทางครอบครัวต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกระดูกของ ผอ.อ้อย มาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านของ ผอ.อ้อย ซึ่งสาเหตุที่จัดพิธีดังกล่าวที่บ้านหลังดังกล่าว เนื่องจาก เป็นบ้านที่ ผอ.อ้อย ตั้งใจสร้างขึ้นมา

นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของผอ.อ้อย

ส่วนทางด้าน นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของผอ.อ้อย เล่าว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยนายบุญเลิศ และนางแหลม อุ่นอ่อน พ่อแม่ของผอ.อ้อย ได้เดินทางเข้าพูดคุยกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่ สภ.ศรีษะเกษ เพื่อสอบถามแนวทางในการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหา เนื่องจาก เริ่มหมดหวังในการหาร่างของ ผอ.อ้อย

ภายหลังจากเสร็จสิ้นธุระที่ สภ.ศรีสะเกษ พวกตนก็ได้เดินทางไปค้นหาร่าง ผอ.อ้อย ในพื้นที่อ.น้ำยืน อีกครั้ง ตามเบาะแสความฝันของนางแหลม เมื่อไปถึงบริเวณที่ใกล้กับฐานอนุพงษ์ ตนได้เลี้ยวรถเข้าไปในพื้นที่ แต่แล้วตนรู้สึกเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจ ให้ไปค้นหาบริเวณพื้นที่โล่งทางเข้าลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ทำให้พบกะโหลกศีรษะมนุษย์ เส้นผม พร้อมด้วยเข็มขัดข้าราชการ จึงได้บอกกับพ่อแม่ของผอ.อ้อย

จากนั้นตนได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบชิ้นส่วนที่พบ และหลังจากที่ผลดีเอ็นเอออกมา ตนก็คิดไว้แต่แรกแล้วว่าเป็นของผอ.อ้อย ซึ่งหลังจากนี้ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ในการดำเนินคดีให้ดีที่สุด ซึ่งตนไม่อยากกดดัน และค่อนข้างมั่นใจว่า ศพของผอ.อ้อย เป็นหลักฐานที่สามารถมัดตัว ผู้กองเหน่ง ในคดีฆ่าผู้อื่นได้อย่างแน่นอน

ครอบครัวผอ.อ้อย พร้อมด้วยพราหมณ์ ร่วมทำพิธีขึ้นบ้านใหม่

เมื่อช่วงเย็นวันนี้ นายบุญเลิศ นางแหลม พ่อแม่ของผอ.อ้อย ญาติ พร้อมด้วยพราหมณ์ ได้ร่วมทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ให้กับผอ.อ้อย ซึ่งญาติได้ถือไม้กวาด ส่วนพราหมณ์ ถือเสียม นำขบวน เดินวนรอบบ้าน พร้อมกับมีการกวาดและขุดดินออกจากบริเวณบ้าน

ส่วนทางพ่อแม่ของผอ.อ้อย ได้ถือพานดอกไม้ธูปเทียน และขันน้ำ และชาวบ้านถือเสื่อ หมอน ที่นอน อาหารเรียงเป็นแถวยาว และเมื่อเดินวนรอบบ้านครบ 3 รอบ ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างประตูทางเข้าบ้าน ได้เคาะไม้ พร้อมกับสอบถามพราหมณ์ว่า “มาจากไหน” เมื่อได้คำตอบ พราหมณ์จึงนำขบวนทั้งหมดเดินเข้าไปนั่งภายในบ้าน โดยก่อนทำพิธี ก็ได้ตอกซิ่วที่เสาภายในบ้าน และแขวนกระเป๋าย่ามไว้ในจุดดังกล่าว หลังจากนั้นจึงจุดธูปเทียน และท่องคาถา

ช่วงพิธี ขณะที่พราหมณ์ได้นอนลงบนเบาะ

ส่วนทางญาติของผอ.อ้อย ก็พากันส่งเสียงร้องเรียกให้ ผอ.อ้อย เข้ามาภายในบ้าน จากนั้นได้ปูเบาะรองนอน พร้อมกับหมอน ให้พราหมณ์นอนราบ และได้ห่มผ้า ชาวบ้านรายหนึ่งได้ส่งเสียงร้องคล้ายไก่ขัน 3 ครั้ง เปรียบเสมือนสัญญาณของวันใหม่ หลังจากนั้น พราหมณ์ได้ลุกขึ้นมา ก่อนบอกว่า “เห็น ผอ.อ้อย เข้ามาในบ้านแล้ว”

ชาวบ้านได้ผูกข้อมือให้กับนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของผอ.อ้อย

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธี พราหมณ์ ญาติ และชาวบ้านได้ผูกข้อมือ พ่อ แม่ และสามีของผอ.อ้อย รวมถึง น้องใบเฟิร์น ลูกสาวของผอ.อ้อย เพื่ออวยพรให้สุขภาพร่างกายเเข็งแรง

นายกอง พงษ์อ่อน ตัวแทนพราหมณ์ผู้ทำพิธี

ทางด้านนายกอง พงษ์อ่อน ตัวแทนพราหมณ์ผู้ทำพิธี เปิดเผยว่า พิธีที่เกิดขึ้นเป็นพิธีขึ้นบ้านใหม่ พร้อมกับมีการเรียกวิญญาณ ซึ่งเป็นไปตามตามธรรมเนียมโบราณที่ปฏิบัติต่อกันมา โดยจะต้องให้ผู้ร่วมพิธีเดินวนขวา ประกอบกับขุดดินที่ไม่ดีออกจากบ้าน และกวาดดินดีเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของบ้าน

สำหรับการให้พราหมณ์นอนราบลง แล้วมีชาวบ้านส่งเสียงไก่ขันนั้น เปรียบเสมือนสัญญาณของวันใหม่ ที่กำลังเริ่มต้น ซึ่งขณะที่นอนราบ ตนก็เห็นภาพลางๆ เหมือนกับผู้หญิงใส่ชุดสีกากี ซึ่งตนคาดว่าเป็นผอ.อ้อย เข้ามาอยู่ในบ้าน

นางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของผอ.อ้อย

ทางด้าน นางแหลม แม่ของผอ.อ้อย เล่าว่า ในวันนี้ตนทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ให้ ผอ.อ้อย เพื่อเตรียมนำกระดูกของลูกสาวเข้ามาภายในบ้าน และถึงแม้ว่าบ้านหลังดังกล่าวจะยังสร้างไม่เสร็จ เพราะ ลูกสาวเสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่มีโอกาสได้เข้ามาอาศัยภายในบ้านหลังนี้ จึงต้องเรียกเชิญวิญญาณเข้ามาแทน

นางแหลม บอกอีกว่า ผลดีเอ็นเอที่ออกมา ตนมั่นใจตั้งแต่แรกแล้วว่า กระดูกที่พบคือ ลูกสาวตัวเอง พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้สภาพจิตใจก็ดีขึ้นบ้าง แต่มีบางครั้งที่ยังร้องไห้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เก็บกระดูกลูกสาวออกมาทีละชิ้น เนื่องจาก ตนคิดว่า ลูกสาวคงจะถูกฆ่าอย่างทรมาน

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องการเสียชีวิตของ ผอ.อ้อย นางแหลม บอกว่า ตนยังไม่ได้เล่าให้น้องใบเฟิร์น ลูกสาวผอ.อ้อยฟัง ซึ่งบอกเพียงว่าพิธีที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นการร่วมพิธีขึ้นบ้านใหม่เท่านั้น แต่นางแหลม จะบอก น้องใบเฟิร์น เรื่องการเสียชีวิตของผอ.อ้อยให้ฟังในวันที่นำกระดูกมาทำพิธี

keyboard_arrow_up