‘King Rama IX’ ต้นแบบและแรงบันดาลใจสุดยิ่งใหญ่ของ ‘กษัตริย์จิกมี’ แห่งภูฏาน

จากการที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และพระราชินี แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นการแสดงออกที่ยืนยันว่า สายสัมพันธ์แห่งประเทศภูฏานและประเทศไทยจะยังคงทอดยาวไกล

ครั้งนึงกษัตริย์จิกมีเคยมีพระราชดำรัสว่า “ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์” พระองค์ทรงศรัทธาและมีในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากหลายประการ

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระทัยมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อพสกนิกร

จะดึกดื่นค่ำคื่นแค่ไหน ก็ยังคงทรงงานเพื่อประชาชน โดยไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อย

ทรงให้ความสำคัญกับธรรมชาติและป่าไม้

ทรงให้ความสำคัญกับเด็กๆ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติในวันหน้า

ทรงมองการณ์ไกลและห่วงใยอนาคตของราษฎร จึงทรงงานหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

ถึงแม้จะมีฝนตก พระองค์ก็ทรงตากฝนเพื่อพบกับราษฎรที่ตั้งใจมารอเข้าเฝ้

ทรงทำนุบำรุงศาสนา

ทรงมีความสัมพันธ์อันดีกับกษัตริย์และผู้นำประเทศอื่น

ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา เพื่อต้องการให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกีฬ

ทรงมีความสนพระทัยด้านการถ่ายภาพ

ระหว่างทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงนั่งดื่มชากาแฟกับประชาชนชาวบ้านได้โดยไม่ถือพระองค์เลยสักนิด

แม้ว่าเส้นทางในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะยากลำบาก ก็ทรงเสด็จไปทุกที่

หนทางอันทุรกันดารไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์

ทรงเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญู

ทรงเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตคู่

ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระทัยอ่อนโยน

ทรงใกล้ชิดกับราษฎรโดยไม่ถือพระองค์

ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน (พ.ศ.2549) คนไทยเริ่มรู้จัก “กษัตริย์จิกมี” ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน โดยในครั้งนั้นเสด็จฯ มาร่วมในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งนับว่าเป็นปีที่พิเศษต่อพระองค์อย่างมาก เพราะทรงรัก เคารพ และชื่นชม “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” เนื่องจากทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์ของโลก

 

ที่มา — www.facebook.com/Bhutancenter

keyboard_arrow_up