สมพระเกียรติสูงสุด ‘จอมทัพไทย’ ริ้วขบวนที่ 3 ประดิษฐานพระโกศทองใหญ่บนราชรถปืนใหญ่

ในริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานพระโกศทองใหญ่บนราชรถปืนใหญ่ ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศเข้าสู่ราชวัติ เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) 3 รอบ เวียนพระเมรุมาศครบ 3 รอบแล้ว เทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน รวมระยะทาง 260 เมตรต่อรอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ราชรถปืนใหญ่ถวายพระเกียรติพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นจอมทัพไทย กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ดำเนินการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ทั้งหมด ๓ องค์ ประกอบด้วย ราชรถปืนใหญ่ต้นแบบ (ใช้ในการฝึกซ้อม) ราชรถปืนใหญ่สำรอง (มีรูปแบบเหมือนองค์จริง ใช้เป็นองค์สำรอง) และราชรถปืนใหญ่ที่ใช้ในพระราชพิธีฯ โดยราชรถปืนใหญ่ทั้ง ๓ องค์ ได้ถอดแบบมาจากปืนใหญ่ภูเขาแบบ ๕๑ ซึ่งประจำการในกองทัพบกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ โดยทางกรมสรรพาวุธทหารบกได้คัดเลือกปืนใหญ่ที่สมบูรณ์ที่สุดมาเพียง ๓ กระบอก เพื่อที่จะถอดเอาปืนใหญ่ออกให้เหลือเพียงโครงสร้างหลักที่ใช้ทำราชรถ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ จะทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยแล้ว พระองค์ท่านยังทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการทหารมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาวะที่ประเทศไทยต้องผจญกับภัยคุกคามในช่วงทศวรรษต่างๆ แต่ก็ผ่านสถานการณ์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมาได้ จนกระทั่งยืนหยัดอย่างมั่นคงเช่นปัจจุบัน ส่งผลให้คนในชาติได้อยู่อาศัยอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี ที่หาที่เปรียบมิได้คือ พระบารมีแห่งพระองค์ช่วยลดการเผชิญหน้ากันระหว่างคนต่างอุดมการณ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศ แผ่นดินจึงดำรงอยู่มาได้ด้วยความสงบร่มเย็นถึงปัจจุบัน

ที่มา — silpa-mag.com

 

ประมวลภาพ ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระบรมโกศโดยราชรถปืนใหญ่เวียนพระเมรุมาศ

keyboard_arrow_up