รมว.ยุติธรรมประชุมร่วม 7 ฝ่าย หามาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติด

เมื่อวันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2560 นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค ณ โรงแรม Raffles Le Royal Hotel กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค กับประเทศกัมพูชา จีน สปป.ลาว เมียนมา ไทย เวียดนาม และสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เมื่อปี พ.ศ. 2536 ซึ่งการดำเนินงานตามบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ กำหนดให้มีการประชุมเพื่อทบทวนสถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาค และหามาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงรับรองข้อเสนอแนะหรือโครงการต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการประชุมจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และการประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นปีเว้นปี ทั้งนี้ ประเทศภาคีจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยในปี พ.ศ. 2560 เป็นวาระที่ราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และระดับรัฐมนตรี

และเพื่อให้การดำเนินการภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจฯ มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการในอนุภูมิภาคเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Sub-regional Action Plan for Drug Control-SAP) ซึ่งกำหนดกรอบกิจกรรมและโครงการที่จะดำเนินการภายใต้ SAP ทั้งนี้ จะมีการทบทวนการดำเนินงานตาม SAP ในทุก 2 ปี และจัดทำ SAP ที่ทันต่อเหตุการณ์และความต้องการร่วมกันของประเทศภาคีสมาชิก โดยในการประชุมครั้งนี้ รมว.ยธ. ได้ร่วมพิธีรับรอง SAP ฉบับที่ 10 ซึ่งจะดำเนินการในปี พ.ศ. 2560 – 2562 รวมถึงร่วมรับรองแถลงการณ์พนมเปญ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะระดมความพยายาม และทรัพยากร ภายใต้กลไกกรอบบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และผลกระทบจากยาเสพติดต่างๆ ในอนุภูมิภาค รวมไปถึงวัตถุออกฤทธิ์ต่อและประสาทชนิดใหม่ๆ โดยใช้หลักการความเป็นหุ้นส่วนและแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวนั้น ประเทศภาคีร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 25 ปีของกรอบบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ

ในการนี้ รมว.ยธ. ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม โดยแสดงความยินดีต่อการครบรอบ 25 ปี ของกรอบความร่วมมือ ซึ่งการดำเนินตาม SAP ของประเทศไทยนั้น เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจที่ได้มีการลงนาม และสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยาเสพติดทั้ง 5 ฉบับ วาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี ค.ศ. 2030 และเอกสารผลลัพธ์การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก ค.ศ. 2016 (UNGASS 2016) และสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือกไปทั่วโลก

นอกจากนี้ รมว.ยธ. ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ของไทย เมื่อเดือนมกราคม 2560 ซึ่งมีการปรับแนวทางการลงโทษเป็นแนวทางสาธารณสุขในการดูแลผู้ใช้ยาเสพติด และเน้นย้ำว่า ความเป็นหุ้นส่วนและความเป็นเจ้าของร่วมกันนั้น สำคัญยิ่งสำหรับความร่วมมือและการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนด้วย

ในการนี้ รมว.ยธ. ได้เรียกร้องให้สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ช่วยเหลืองานในภูมิภาคนี้ให้มากขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ.

keyboard_arrow_up