พี่น้องแชมป์ดนตรีฯ ร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ หารายได้เข้า ‘มูลนิธิศิริราช’ (คลิป)

เปิดใจ 2 หนุ่มน้อยดีกรีแชมป์ดนตรีคลาสสิคเยาวชน ร่วมบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือมูลนิธิศิริราช และยังเคยไปเป็นจิตอาสาที่ท้องสนามหลวง เพื่อร่วมทำความดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นครั้งสุดท้าย

นายณัฐนนท์ สินวัฒนาวุฒิ อายุ 17 ปี หรือน้องแชมป์ ดีกรีแชมป์กีตาร์คลาสสิคเยาวชนประเทศไทยปี 2011 และ 2013 และนายณัฐนันท์ สินวัฒนาวุฒิ อายุ 16 ปี หรือน้องฟร้องซ์ แชมป์เปียโนคลาสสิคกรุงเทพ สองหนุ่มพี่น้อง บอกว่า ช่วงที่ผ่านมา ที่เปิดให้ประชาชน เข้าไปกราบพระบรมศพภายในพระบรมมหาราชวัง ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้ไปทำจิตอาสา ช่วยแจกข้าว แจกน้ำ ให้ประชาชน แม้จะเหนื่อย แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มจากคนที่ช่วยเหลือกลับเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ และที่มาร่วมบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช ครั้งนี้ เพราะต้องการ นำรายได้ ให้ศิริราชมูลนิธิ

นายณัฐนันท์ หรือ น้องฟร้องซ์ บอกว่า ที่ผ่านมา มีการเล่นดนตรีเปิดหมวกที่สวนจตุจักร และตลาดซิเคด้า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำเงินมาสมทบทุนให้กับ ศิริราชมูลนิธิ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลใหญ่ ที่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก จึงอยากช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านั้น การเล่นดนตรี ปกติจะเล่นเพลงป็อป สนุกๆทั่วไป แต่หากเป็นการเล่นเพื่องานการกุศล จะเลือกเพลงพระราชนิพนธ์ เพราะรู้สึกว่า เพลงพระราชนิพนธ์ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้มีความไพเราะ มีเสน่ห์ และมีหลากหลายแนว จึงอยากเพื่อเผยแพร่ หรือบรรเลงให้คนอื่นๆ ได้รับฟัง

ด้าน นายณัฐนนท์ หรือ น้องแชมป์ บอกว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบทำบุญและเคยเล่นดนตรีเปิดหมวกเพื่อนำเงินบริจาคให้กับ รพ.ศิริราชอยู่แล้ว จึงทำซีดีเพลง ที่เป็นการรวบรวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ร่วมบรรเลงด้วยกัน เพื่อจำหน่าย และนำเงินที่ได้มอบให้กับศิริราชมูลนิธิ และหลังจากนี้ จะนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยกินอยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย มีเท่าไหนกินเท่านั้น และนำไปแบ่งปันให้กับคนอื่นด้วย

ด้านนายราเมศ สินวัฒนาวุฒิ พ่อของทั้งคู่ เผยว่า ครอบครัวสินวัฒนาวุฒิ เป็นนักดนตรีเก่าจึงอยากส่งเสริมลูกให้เล่นดนตรีและปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก และสอนให้มีวินัยในการฝึกซ้อม หลังจากลูกๆ ได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย จึงมีความคิดอยากปลูกฝังเรื่อง “การให้” กับเด็กๆด้วย จึงเริ่มส่งเสริมให้เด็กทั้งสองใช้เวลาว่างในวันหยุดทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ซึ่งผมจะสอนลูกๆเสมอให้รู้จัก การให้มากกว่าการรับอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้เรามีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ.

 

keyboard_arrow_up