แฉมาเฟียเรียกเก็บค่าที่จอดรถ ประชาชนไปกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ตร.เผยรู้ตัวแล้วเป็นใคร

กรณีมีผู้โพสต์คลิปอ้างตัวเป็นผู้ดูแลที่จอดรถบริเวณหน้ากองสลากเก่า จากประชาชนที่เดินทางมายังท้องสนามหลวง เพื่อนำพวงมาลัยและดอกไม้สดกราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมนั้น

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บริเวณป้ายรถเมล์หน้ากองสลากเก่า ได้พบกับผู้โพสต์คลิปซึ่งเป็นอาสาสมัคร ที่คอยจัดคิวประชาชน บริเวณจุดคัดกรองที่ 4 ด้านข้างโรงแรมรัตนโกสินทร์ เล่าว่า ระหว่างที่เป็นอาสาสมัคอยู่นั้น มีประชาชนมาสอบถามว่า จุดไหนที่สามารถจอดรถได้บ้าง จึงแนะนำจุดจอดบริเวณนี้ให้ แต่ได้รับการร้องเรียนว่า มีคนมาเก็บค่าที่จอดรถคันละ 100 บาท จึงยอมจ่ายไป เพราะกลัวว่าหากไม่จ่ายจะถูกกลั่นแกล้ง และรถอาจเสียหาย

ตนจึงเดินทางไปตรวจสอบ และถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งได้ถามไปว่า “คุณเป็นใครมาเก็บตรงนี้ได้อย่างไร และใครให้มาเก็บ” โดยทางผู้ที่แอบอ้างบอกว่าไม่ได้เรียกเก็บเงินค่าที่จอดรถคันละ 100 บาท แต่เป็นการเก็บแบบแล้วแต่จะให้ โดยอ้างว่า พี่ชายสั่งให้มาดูแล จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ กอร.มน.ที่ดูแลพื้นที่โดยรอบสนามหลวงให้เข้าดำเนินการ

ผู้ที่ถ่ายคลิปดังกล่าวยังระบุว่า ไม่แน่ใจว่าพื้นที่บริเวณหน้ากองสลากเก่า เจ้าหน้าที่อนุญาตให้จอดรถได้หรือไม่ แต่ด้านข้าง รร.รัตนโกสินทร์ สามารถจอดได้ฟรี ซึ่งที่ผ่านาเคยมีคนมาเก็บค่าที่จอดรถในลักษณะนี้ แต่ได้เข้าดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากจุดนี้แล้วทราบว่ามีบริเวณด้านข้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ อีก 1 จุด ที่มีการเรียกเก็บค่าที่จอดรถในลักษณะนี้ด้วย

ทีมข่าวยังได้คุยกับเจ้าหน้าที่สายตรวจที่คอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้ากองสลากเก่า บอกว่า ปกติจุดนี้ไม่อนุญาตให้จอดรถ เนื่องจากเป็นป้ายจอดรถประจำทาง แต่อนุโลมให้สามารถจอดรับ-ส่ง ประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมฉายาลักษณ์ได้ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเคยได้รับการร้องเรียนในลักษณะนี้เช่นกัน

พ.ต.ท.ภูวดล อุ่นโพธิ์ รอง ผกก.จร.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่อง ได้ส่งสายสืบลงพื้นที่ไปติตตามตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ไม่พบตัว ซึ่งขณะนี้ทราบชื่อแล้ว คือ นายไฝ เป็นบุคคลเร่ร่อน แต่กรณีนี้ต้องมีผู้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยขอให้ผู้โพสต์คลิป เข้าแจ้งความดำเนินคดี ที่สน.ชนะสงคราม เพื่อให้ข้อมูล

ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และมีการติดตามจุมกุมตัวกลุ่มคนแอบอ้างในลักษณะนี้มาโดยตลอด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจ และขู่กรรโชกทรัพย์ กับบุคคลกลุ่มนี้ พร้อมว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้กระทำอีก โดยมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

พ.ต.ท.ภูวดล ยังฝากเตือนประชาชน ว่าหากพบเห็นคนกลุ่มนี้ มาเรียกเก็บเงิน อย่าหลงเชื่อ และยอมให้เงินไป เพราะจะให้ได้ใจ และกระทำความผิดซ้ำอีก ซึ่งสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียง ให้เข้าดำเนินการได้ทันที

keyboard_arrow_up