ครูบาน้อย เผยโฉมปลงผม รับบาตรครั้งแรก ลั่น “เราไม่ใช่อรหันต์” (คลิป)

ล่าสุด วันนี้(19 ต.ค.60) พระญาณวิไชย ภิกขุ หรือ “ครูบาน้อย” ได้ออกบิณฑบาตเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลากว่า 3 ปี ซึ่งพบว่าภายหลังจาก “ครูบาน้อย” ออกจากถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน ได้ปลงผม โกนคิ้ว เกลี้ยงเกลาเฉกเช่นพระ พร้อมกับได้ออกบิณฑบาตพร้อมด้วยพระสงฆ์ และสามเณร ของพุทธสถานถ้ำเชตวัน ที่บ้านน้ำอูน ต.เมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน ซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำเชตวัน ประมาณ 60 กิโลเมตร โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา

พระญาณวิไชย ภิกขุ หรือ “ครูบาน้อย” ขณะออกบิณฑบาต

จนกระทั่ง เวลา 07.30 น. “ครูบาน้อย” ได้นำคณะพระสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาตรับข้าวสารอาหารแห้งจากชาวบ้าน ที่ยืนรอกว่า 300 คน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และแสดงความรู้สึกดีใจที่ได้พบ “ครูบาน้อย” จากการสังเกตพบว่า “ครูบาน้อย” ไม่รับเงินชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านนำเงินใส่ในบาตร “ครูบาน้อย” จะเรียกลูกศิษย์ให้หยิบเงินดังกล่าวคืนกลับไป

ทางด้าน นางนวลจันทร์ ใจแขว่ง อายุ 77 ปี เผยความในใจว่า ศรัทธา “ครูบาน้อย” ที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยครั้งหนึ่ง “ครูบาน้อย” เคยเข้ามาก่อสร้างเมรุให้กับชุมชน เมื่อทราบว่าครูบา จะมาบิณฑบาต ตนรู้สึกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ โดยก่อนหน้านี้ตนมักจะใส่บาตรให้ “ครูบาน้อย” เป็นประจำ พร้อมทั้งยังเคยไปสวดมนต์ที่ถ้ำเชตวัน อีกด้วย

นางนวลจันทร์ ใจแขว่ง อายุ 77 ปี ผู้มีความศรัทธา “ครูบาน้อย”

นางนวลจันทร์ บอกว่าสึกดีใจ และภูมิใจมาก ที่ได้ทำบุญในครั้งนี้ เนื่องจาก ตนมองว่า “ครูบาน้อย” เป็นคนมีบุญ และทุกครั้งที่ทำบุญ “ครูบาน้อย” ไม่เคยรับเงิน ซึ่งเมื่อชาวบ้านนำเงินใส่บาตรให้ “ครูบาน้อย” ก็จะเอาเงินคืนกลับมาให้เก็บไว้เป็นขวัญถุง

นายสุจีนต์ ฐานะ กำนันบ้านน้ำอูน

ด้าน นายสุจีนต์ ฐานะ กำนันบ้านน้ำอูน ต.เมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาวบ้านศรัทธา “ครูบาน้อย” เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน เมื่อตน และผู้นำชุมชนไปพบ “ครูบาน้อย” เพราะได้ข่าวว่า “ครูบาน้อย” ได้สร้างเมรุให้กับชุมชนต่างๆ

โดยขณะนั้นชุมชนบ้านน้ำอูน ยังไม่มีเมรุเผาศพ มีงบประมาณก่อสร้าง เพียง 4,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอ โดยตอนแรกตนมีความคิดจะเรี่ยไรเงินชาวบ้าน ครอบครัวละ 300 บาท แต่ “ครูบาน้อย” ห้ามเอาไว้ เพราะสงสารชาวบ้าน จากนั้น “ครูบาน้อย” ได้เดินทางมาเทศนาให้กับคนในชุมชน ซึ่งก็มีผู้ศรัทธา บริจาคเงินกว่า 10,000 บาท จึงนำเงินไปสร้างเมรุ

ทั้งนี้ นายสุจีนต์ ยืนยันว่า “ครูบาน้อย” ไม่เคยเรี่ยไรเงิน เพียงให้ทำบุญตามกำลังที่มีเท่านั้น ซึ่งทำให้ทุกคนในชุมชนรัก “ครูบาน้อย”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ “ครูบาน้อย” ภายในถ้ำเชตวัน ซึ่ง “ครูบาน้อย” ได้นำภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่าตนมีหนวดแต่เป็นเพียงเส้นบางๆ เท่านั้น

ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมครูบาไม่ปลงผม “ครูบาน้อย” ระบุว่า หากคนจะติ หรือจับผิด ก็คงพูดอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่น “หากตนปลงผม คนอาจจะถามตนว่า อยู่ในถ้ำรูปเดียวแล้วปลงผมได้อย่างไร แต่สำหรับเหตุการณ์นี้ตนไม่ปลงผม เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ตัวเองอยู่ในถ้ำจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา”

ระหว่างที่ทีมข่าวพูดคุยกับ “ครูบาน้อย” ก็จะมีลูกศิษย์เดินทางมา พร้อมนำเครื่องดื่ม ผลไม้ มาถวาย ขณะเดียวกันเมื่อ “ครูบาน้อย” ให้พรกับลูกศิษย์ น้ำเสียงจะเบา และพูดช้า โดย “ครูบาน้อย” สามารถพูดได้ทั้งภาษาเหนือ และภาษากลาง รวมทั้งสามารถอ่าน เขียนภาษาบาลีได้

“ครูบาน้อย” ยืนยันอีกว่า ตนเองไม่เคยกล่าวอ้าง หรือเปล่งวาจาว่า การเข้าจำศีล 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ของตนเป็นการนิโรธสมาบัติ เนื่องจาก การนิโรธสมาบัติ คือการพักผ่อนของพระอรหันต์ ซึ่งตัวเองไม่ใช่พระอรหันต์และไม่เคยกล่าวเลยว่าตนทำการนิโรธสมาบัติ เพราะหากตนกล่าวเช่นนั้น ก็จะขาดจากความเป็นพระสงฆ์ทันที เพราะเข้าใจว่าการนิโรธสมาบัติ พระอรหันต์เท่านั้นจึงจะปฏิบัติได้

นอกจากนี้ “ครูบาน้อย” บอกว่า ที่ตัวเองอยากเป็นพระ ก็ตอบไม่ได้เช่นกันว่าทำไม แต่ตั้งแต่จำความได้ ก็อยากเป็นพระอยู่แล้ว จนถึงตอนนี้ความคิดอยากเป็นพระก็ไม่เคยเปลี่ยน

ทั้งนี้ “ครูบาน้อย” ยังได้ระบุว่า ตัวเองได้ติดตามข่าวที่นำเสนอไป ผ่านลูกศิษย์ที่คอยนำข่าวสารมาเล่าให้ฟัง โดยก็เห็นด้วยกับคำพูดของ นางณัฐนันท์ สุดประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในกรณีที่บอกวิธีการปฏิบัติบางอย่างไม่ถูกระบุไว้ในพระไตรปิฎก แต่เป็นวิธีปฏิบัติเฉพาะตน ซึ่งตัวเองอธิบายมาตลอดว่า การเข้าจำศีล 3 ปีกว่านั้นเป็นเพียงกฎ กติกา เหมือนกติกาในสังคม โรงเรียน ที่ก็สร้างกติกาไว้เพื่อให้เกิดความมีระเบียบ ตัวเองก็เช่นกันที่ตั้งกฎขึ้นมา ก็เพื่อให้ตัวเองมีระเบียบและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ คือการแสวงหาความสงบ

keyboard_arrow_up