ปิดฉากคดีฆ่า ‘เอกยุทธ อัญชัญบุตร’ ศาลฎีกายืนจำคุก ‘พ่อบอล’ 1 ปี 4 เดือนรับของโจร

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 60 ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง กับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น, หน่วงเหนี่ยว กักขัง และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯลฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2556 นายบอล สันติภาพ ซึ่งเป็นอดีตคนขับรถของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ได้ร่วมกับ นายสุทธิพงศ์ ใช้ปืนและมีด ปล้นเอาทรัพย์และใช้เชือกรัดคอจน นายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้างที่ จังหวัดพัทลุง โดยมี นายชวลิต และ นายทิวากร ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ.ส.อ.อิทธิพล นางจิตอำไพ ซึ่งเป็นบิดามารดาของ นายสันติภาพ เป็นผู้รับฝากเงินสดของ นายเอกยุทธ ที่ นายสันติภาพ นำมาฝากไว้กว่า 4 ล้านบาท

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายสันติภาพ และ นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร จำเลยที่ 1-2 ไว้ตลอดชีวิต และให้ร่วมกันชดใช้ทรัพย์ 1,941,970 บาทแก่ทายาทผู้ตาย สั่งจำคุกนายชวลิต หรือ เชา วุ่นชุม จำเลยที่ 3 ไว้ 19 เดือน ส่วน นายทวากร หรือ ทิว เกื้อทอง จำเลยที่ 4 ศาลสั่งจำคุกไว้ 8 เดือน และ พ้นโทษแล้ว ขณะที่ จ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตอำไพ เพ็งด้วง บิดา และ มารดา นายสันติภาพ ศาลสั่งจำคุก ฐานรับของโจร คนละ 1 ปี 4 เดือน ต่อมาวันที่ 30 มิ.ย. 2559 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จากนั้น จ.ส.อ.อิทธิพล จำเลยที่ 5 ยื่นฎีกาเพียงคนเดียวขอให้ศาลฎีการอการลงโทษด้วย

วันนี้ จ.ส.อ.อิทธิพล จำเลยที่ 5 ซึ่งได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกา เดินทางมาศาล ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ที่จำเลยที่ 5 ยื่นฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่าจำเลยได้รับเงินของกลางจำนวน 4 ล้านบาท จากนางจิตอำไพ จำเลยที่ 6   ภรรยา ซึ่งรับเงินจากนายสันติภาพ จำเลยที่ 1 โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด และแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งนำไปซุกซ่อนฝังดิน จำเลยที่ 5 ในฐานะบิดารู้ว่าบุตรของตนกระทำผิดกฎหมายกลับไม่ห้ามปราม และยังช่วยซุกซ่อนทรัพย์สินอีก ถือว่ามีส่วนให้เกิดอาชญากรรม เป็นเรื่องร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ ฎีกาจำเลยที่ 5 ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืนจำคุก 1 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ส่วนจำเลยอื่นๆ ซึ่งไม่ยื่นฎีกาถือว่าคดีถึงที่สุดให้บังคับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

keyboard_arrow_up