รมว.เกษตรฯ ยืนยัน ‘สถานการณ์น้ำ’ ไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 สั่งการ-เตรียมพร้อมรับมือมวลชุดใหม่แล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยัน สถานการณ์น้ำในปีนี้ ไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 พร้อมสั่งการชลประทานจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับมือมวลชุดใหม่ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ ว่าในช่วงสัปดาห์หน้าจะมีพายุฝนพลัดปกคลุมประเทศไทย

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน นำสื่อมวลชนนั่งเครื่องบินสำรวจเพื่อตรวจสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ และได้รับผลกระทบ ภายหลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ โดยในพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด กว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ มีปริมาณน้ำท่วมอยู่เกือบทุกจุดของจังหวัด

พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ จ.พิจิตร, นครสวรรค์, ลพบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ถึงสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการรับมวลน้ำชุดใหม่ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศในช่วงสัปดาห์หน้าจะมีพายุฝนพลัดปกคลุมประเทศไทย รวมถึงการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

พล.อ.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ในวันนี้ หากไม่พบปริมาณฝนตกลงมาสะสมเพิ่มเติมแล้ว ก็จะสามารถผลักดันน้ำที่ท่วมอยู่ลงสู่ทะเลได้ โดยคาดจะสามารถลดปริมาณน้ำให้อยู่ในระดับปกติภายในระยะเวลา 1 เดือน และสถานการณ์ยังไม่รุนแรงเท่าปี 54

โดยข้อมูลจากกรมชลประทานพบว่า ปริมาณน้ำตามเขื่อนต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 34 แห่ง ยังมีปริมาณน้ำคิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุ ซึ่งยังไม่ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต

และในวันอังคารหน้า (24 ตุลาคม 2560 ) จะไปประชุมแผนบริหารจัดการน้ำ ที่กรมชลประทานต่อไป ทั้งนี้ทางด้านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการพิเศษเนื่องจากมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยได้สั่งการให้เร่งให้การช่วยเหลือ

สำหรับแผนการระบายน้ำทางกรมชลประทาน ขณะนี้ได้งดการระบายน้ำออกจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อผันน้ำออกฝั่งซ้าย และฝั่งขวาเข้าสู่โครงการแก้มลิงที่เตรียมไว้ ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของ จังหวัดนครสวรรค์ ที่สามารถรับน้ำได้ 400 ล้านลูกบากศ์เมตร

และพื้นที่ตอนใต้ จังหวัดนครสวรรค์ ลงมารับน้ำได้ 1,514 ล้านลูกบากศ์เมตร เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง และได้มีการผลักดันน้ำลงสู่ทุ่งที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อกักเก็บน้ำไม่ให้ทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนซึ่งสามารถรองรับน้ำได้กว่า 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร.

keyboard_arrow_up