พี่สาวผู้ตายเชื่อ! ‘เจ้าอาวาสวัดสวนดอก’ สวมสิทธิบัตรปชช.น้องชาย

จากกรณีที่ พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ อดีต ผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ได้เดิน ไปร้องเรียน ที่ศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และกอ.รมน.เชียงใหม่ ขอให้ตรวจสอบพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่และยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังพบว่า มีการใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับชายชาวจังหวัดชัยภูมิ ชื่อว่า ดวงดี เวียงดินดำ ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี พ.ศ.2538 และยังมีข้อมูลที่อ้างด้วยว่าพระผู้ใหญ่รายนี้อาจจะเป็นชาวเมียนมาและมีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่เสียชีวิตไปนั้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 283 ม. 14 บ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านที่มีที่อยู่ตรงตามบัตรประชาชนของเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ พบเจ้าของบ้าน คือ นางบัวไล รัศมีพันธ์ ซึ่งเป็นพี่สาวของ นายดวงดี ผู้เสียชีวิต

นางบัวไล กล่าวว่า ตนกับน้องชายเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านแห่งนี้ ไม่เคยเดินทางไปไกลถึงเชียงใหม่และ เมื่อปี 2538 น้องชายป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี และเสียชีวิตลง ขณะที่มีอายุเพียง 22 ปี ตนกับญาติๆและเพื่อนบ้านได้นำไปทำการฌาปนกิจที่วัดตาล ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้าน ตอนนั้นเป็นการเผาศพแบบง่ายๆ เพราะไม่เงินจัดงานจึงไม่ได้มีการบันทึกภาพต่างๆ จากนั้นก็กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติด้วยการปลูกผักสวนครัว รับจ้างทั่วไป

จนพึ่งมาทราบ ข่าว ว่าน้องชายที่ตายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนดอก แต่หลังจากดูจากรูปแล้ว ตนมั่นใจว่าไม่ใช่อย่างแน่นอน และที่สำคัญเป็นไปไม่ได้ เพราะน้องชายตนตายไปนานแล้ว อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดสวนดอกก็อายุมากกว่าตนซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าน้องชายจะมีอายุมากกว่าพี่สาว

ขณะที่ทางด้าน นางสาวนาดี สิงห์จันทร์ ครูศูนย์เด็กเล็กวัดตาล เพื่อนสมัยเรียนของนายดวงดี ก็ได้ยืนยันว่า นายดวงดีป่วยและเสียชีวิตไปแล้ว ตนเองยังได้ร่วมงานเผาศพด้วย จึงมั่นใจว่าเจ้าอาวาสวัดสวนดอกสวมบัตรผีแน่นอน

หลังจากพูดคุยเสร็จ ทั้งพี่สาวและเพื่อนนายดวงดี ยังพา ผู้สื่อข่าวไป ชี้จุดที่ทำการเผาศพนายดวงดี ที่วัดตาล ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก พื้นที่เคยเป็นพื้นดิน ก็ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่วัดแห่งนี้ยังไม่มีเมรุเผาศพหากมีในหมู่บ้านตาย ก็จะนำไปเผายังวัดอีกวัดหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน

keyboard_arrow_up