เจ๊สุนันท์ ค้างจ่ายภาษีกว่า 3 แสน! นายกเล็กแจงยิบท้าดูสัญญา บอกเซ็นกับมือ อย่าอ้างถูกรุม (คลิป)

จากกรณี นางสุนันท์ จารุไพโรจน์ แม่นักเพาะกายหญิงทีมชาติไทย ร้องเรียนว่าถูกรีดเงิน 20,000,000 บาท จากนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการนำคลิปเสียงระหว่างพูดคุยเรื่องเงิน ออกมาเผยแพร่ ต่อมาทาง นายบุญช่วง สุ่มเหม ผู้อำนวยการกองการช่าง เทศบาลตำบลบางพลีน้อย เปิดหลักฐาน เรื่องการก่อสร้างอาคารผิดแบบ รวมทั้ง นายอารีย์ เจฏจุฑารัตน์ ญาติเจ้าของปั๊มแก๊ส แจ้งข้อมูลว่า นางสุนันท์ เสียภาษีโรงเรือน น้อยกว่าจำนวนห้องที่ก่อสร้าง

นายเสริญ อิ่มละเอียด นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางพลีน้อย ให้ทีมข่าวดูเอกสาร

ล่าสุด วันนี้(6 ต.ค.60) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายเสริญ อิ่มละเอียด นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางพลีน้อย ถึงประเด็นที่ว่า หากอาคารก่อสร้างผิดแบบ แล้วทางเทศบาลออกใบรับรองได้อย่างไร เรื่องนี้ นายเสริญ ยอมรับว่า
ใบอนุญาตใช้อาคารออกให้โดยไม่เป็นไปตามกระบวนการขออนุญาต เพราะนายช่างโยธาคนก่อน บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ไปตรวจสอบอาคาร แต่กลับมารายงานว่า อาคารถูกต้องตามแบบที่ขอ ทำให้ตนเชื่อตามเอกสาร เพราะมีวิศวกรรับรอง จึงได้ออกใบรับรองให้ไป

ภายหลังได้มีผู้เข้ามาร้องเรียน ให้ตรวจสอบอาคารว่าสร้างผิดแบบ จึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่าอาคารสร้างผิดแบบจริง จึงได้มีคำสั่งระงับห้ามใช้อาคารดังกล่าว ทำให้ใบรับรองการก่อสร้างอาคารสิ้นสภาพ และได้ลงโทษทางวินัยกับทาง นายช่างโยธาคนก่อนไปแล้ว ขณะนี้ทางอำเภอกำลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ นายช่างโยธาคนเก่าอยู่

อย่างไรก็ตาม นายเสริญ บอกว่า เรื่องของอพาร์ทเม้นท์ กับการรีดไถเงินต้องแยก 2 ประเด็นออกจากกัน เนื่องจากเมื่อพบว่าอาคารของ นางสุนันท์ สร้างผิดแบบ เทศบาลต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งได้ให้โอกาสยื่นคำร้องขอดัดแปลงอาคารแล้ว แต่ทางด้าน นางสุนันท์ ไม่ดำเนินการ จึงนำไปสู่คำสั่งให้รื้อถอนอาคาร

ส่วนเรื่องคลิปการรีดไถเงิน ต้องแยกกัน เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากผลตรวจสอบออกมาปรากฏว่า เจ้าหน้าที่มีความผิดจริง ตนจะดำเนินการทำโทษทางวินัย โดยไม่มีข้อยกเว้น

นายเสริญ อิ่มละเอียด นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางพลีน้อย

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นางสุนันท์ ได้ให้ข่าวทำนองว่า นายช่างโยธาคนเก่า เป็นคนเขียนแบบ และให้ผู้รับเหมา ดำเนินการก่อสร้างโดยตรง โดยไม่รู้ว่าแบบอาคารผิด ส่วนตัวแล้ว นายเสริญ ไม่ปักใจเชื่อ เพราะเอกสารทางราชการเกี่ยวกับการดำเนินการสร้างอพาร์ทเม้นท์ เจ้าของอาคารเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด และมีการเซ็นลายมือชื่อชัดเจน
โดย นายเสริญ ท้าให้นำเอกสารที่มีลายเซ็น ไปตรวจสอบว่า เป็นลายเซ็นของ นางสุนันท์ จริงหรือไม่

ลายมือชื่อของนางสุนันท์

สำหรับเรื่องภาษีโรงเรือน นายศรนิรันดร์ เกาไศยนันท์ ปลัดเทศบาลตำบลบางพลีน้อย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พนักงานประเมินภาษี เปิดเผยข้อมูลว่า นางสุนันท์ เริ่มจ่ายภาษีโรงเรือน และที่ดินปีแรก หลังเปิดให้เช่าอพาร์ทเม้นท์ วันที่ 26 ก.พ. 2553 โดยแสดงรายการเสียภาษีของอาคาร 2 หลังที่ตนเป็นเจ้าของ ระบุว่าอาคารแต่ละหลัง
มีจำนวน 79 ห้อง รวม 2 อาคาร จำนวน 158 ห้อง พร้อมแสดงรายได้ค่าเช่า รวมเดือนละ 106,000 บาท รวมรายได้ทั้งหมดปีละ 1,272,000 บาท และคิดภาษีร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี ซึ่งเสียภาษีปีละ 159,000 บาท โดยนางสุนันท์ ได้จ่ายภาษีเท่ากันทุกปีจนถึง ปี พ.ศ. 2558

สำหรับอาคารอีก 2 หลัง เป็นของ นางสาวพรพิมล จารุไพโรจน์ ลูกสาวของ นางสุนันท์ เริ่มเสียภาษีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 แต่แสดงรายได้แค่ 2 เดือน เดือนละ 100,800 บาท โดยเสียภาษี 25,200 บาท ต่อมาพอปี พ.ศ. 2557 และ พ.ศ. 2558 มีรายการแสดงการเสียภาษีทั้ง 4 อาคาร ทั้งของแม่ และลูกสาว เท่ากันคือ 159,000 บาท

หากดูเอกสารย้อนหลัง จะพบว่า นางสุนันท์ จ่ายภาษีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากก่อสร้างจริง นางสุนันท์ สร้างห้องเพิ่มขึ้นมาอีกอาคารละ 16 ห้อง รวมแล้วเป็น 95 ห้อง จำนวนห้องจึงแตกต่าง จากแบบแสดงรายการเสียภาษีโรงเรือน

นายศรนิรันดร์ เกาไศยนันท์ ปลัดเทศบาลตำบลบางพลีน้อย

ดังนั้น นางสุนันท์ ต้องจ่ายค่าภาษีโรงเรือน สำหรับห้องที่ต่อเติมเพิ่ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 – 2558 รวม 6 ปี คิดเป็นเงิน 230,400 บาท เป็นจำนวนเงินภาษีที่ นางสุนันท์ ยังไม่ได้จ่าย

ส่วนตึกของ นางสาวพรพิมล คิดเป็นส่วนที่ขาดการจ่ายค่าภาษีโรงเรือน เฉพาะปี พ.ศ.2557 – 2558 ต้องจ่ายเพิ่มอีกปีละ 38,400 บาท รวม 2 ปี เป็นเงิน 76,800 บาท และถ้าหากรวมอาคารของ นางสุนันท์ และ น.ส.พรพิมล
ทั้ง 4 อาคารรวมกัน หมายความว่า มีจำนวนเงินที่ยังไม่จ่ายค่าภาษีโรงเรือน รวมทั้งสิ้น จำนวน 307,200 บาท

เอกสารการยื่นจ่ายภาษีเมื่อปี พ.ศ.2554

ปลัดเทศบาลตำบลบางพลีน้อย เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2559 และในปี พ.ศ. 2560 นางสุนันท์ ได้ขึ้นศาลปกครอง เนื่องจาก ทางเทศบาลมีคำสั่งระงับการใช้อาคาร ทางนายกเทศมนตรี จึงได้สั่งระงับการจัดเก็บภาษี จนกว่าจะเสร็จสิ้นคดีความ เนื่องจากเกรงว่า นางสุนันท์ จะยกเป็นข้อต่อสู้ทางศาลปกครอง แต่ในปี พ.ศ. 2559 -2560 นางสุนันท์ยื่นแบบจ่ายภาษี แสดงรายการมาตึกละ 95 ห้อง ตามข้อมูลจริง

นายศรนิรันดร์ เปิดเผยอีกว่า ที่ไม่ได้จัดเก็บภาษี 95 ห้อง ตั้งแต่แรก เนื่องจาก เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีโรงเรือนที่ 79 ห้อง ขณะนั้นทางเทศบาลฯ ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า มีการสร้างห้องเกินกว่ารายการที่ยืนเอาไว้ จึงรับการชำระภาษี ตามจำนวนที่เจ้าของอาคาร จ่ายมาให้เทศบาลฯ

ทั้งนี้ ทางเทศบาลสามารถเรียกเก็บภาษีย้อนหลังในส่วนที่ขาดได้ แต่ตามข้อกฎหมาย กรณีผู้ประกอบการ ยื่นรายการไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่สามารถประเมินย้อนหลัง ได้แค่ 5 ปี นับจากปัจจุบัน ขณะเดียวกันหากจะเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมเสียก่อน

keyboard_arrow_up