จับได้แล้ว 5 รายแก๊งปล้นสะท้านกรุง 60 ล้าน ผบ.ตร.นำทีมแถลง ส่อขอหมายจับเพิ่มอีกนับสิบ

ความคืบหน้าคดีเหตุคนร้ายปล้นเงินสกุลเยนจำนวน 196 ล้านเยน หรือประมาณ 60 ล้านบาท ของนายภัทริศ แต้รัตนชัย อายุ 34 ปี นักธุรกิจซื้อขายทองคำ และเครื่องประดับ ที่ลาดจอดรถคอนโดฯ ซอยรัชดาฯ 30 คืนวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากเมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ขยายผลจนพบรถยนต์กระบะฟอร์ด เรนเจอร์สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส 5179 กรุงเทพฯ รถของผู้เสียหาย ที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน พร้อม ยึดเงินที่ถูกปล้นไปได้จากบ้านผู้ต้องสงสัย ย่านทุ่งครุ ก่อนที่ช่วงเช้าวันนี้ (5 ต.ค. 60) จะสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้อีก 1 คน รวมทั้งสิ้น 5 คน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

ล่าสุด ศาลอาญารัชดา ได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวแล้วทั้งหมด 7 คน และเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.น.และชุดพนักงานสืบสวน ได้เปิดแถลงข่าวการจับกุม 5 ผู้ต้องหาจากจำนวนทั้งหมด 7 คนในคดีนี้ ได้แก่ นายณรงค์ชัย สวัสดิผล หรือจั๊ว นายชวลิต เจริญผล หรือ ริต นายสุรศักดิ์ ศรีฑะวงศ์ หรือ กิ๊ก นายพงษ์ศักดิ์ ปิตศิริพันธ์ หรือ คริส และ นายกฤษดา อัตถาเวช หรือ แวน พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 196 ล้านเยน หรือ 60 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ นายณัฐพงษ์ อยู่ต้น และนายไก่ ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

นายภัทริศ แต้รัตนชัย เจ้าของเงิน 60 ล้านบาท

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนเข้าก่อเหตุด้วยการปิดใบหน้ามิดชิดเข้ามาก่อเหตุปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้เสียหายที่บริเวณคอนโด ก่อนนำเงินสกุลเยน ไปจำนวน 196 ล้านเยน โดยใช้รถยนต์กระบะฟอร์ด สีส้ม ซึ่งเป็นของผู้เสียหายหลบหนีไป

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทราบว่า ทั้งหมดมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงเริ่มวางแผนกันปล้นเงินโดยมีการพูดคุยกันนับ 10 ครั้ง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นลูกน้องของนายภัทริศ (มีทั้งลูกน้องเก่า และลูกน้องใหม่)

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดำเนินการตรวจสอบขยายผลที่มาของเงิน อย่างไรก็ตามจากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องทราบว่าผู้เสียหาย ได้เคยนำเงินจำนวนมากเข้าประเทศมาหลายครั้ง

ของกลางเงินสกุลเยนจำนวน 196 ล้านเยน หรือประมาณ 60 ล้านบาท

เบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธปืน ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหา ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ

รายงานข่าวระบุว่า จากการสืบสวนพนักงานสอบสวนอาจขอหมายจับเพิ่มเติมอีก เพราะแนวทางสืบสวนเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมก่อเหตุกว่า 10 คน และในวันพรุ่งนี้ (6 ต.ค. 60 ทางตำรวจจะควบคุมตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในเวลา 10.00 น. ต่อไป และภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทางผู้เสียหายได้ดำเนินการนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับทาง พลตำรวจเอก จักรทิพย์ เพื่อเป็นการขอบคุณการสำหรับทำงานของทางตำรวจ

keyboard_arrow_up