ฟังข้อมูลอีกด้าน! กินยารักษามะเร็ง ‘หมอแสง’ แล้วทรุด หวั่นตร.เอี่ยวผลประโยชน์ (คลิป)

กรณีผู้ป่วยมะเร็ง แห่รับยาสมุนไพรของหมอแสง หรือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งบางคนต้องรอคิวข้ามวันข้ามคืน แม้หลายคนยอมรับว่า หลังจากได้ทานยาสมุนไพร ของ หมอแสง ก็ทำให้อาการดีขึ้น มีแรง และผลเลือดดีขึ้นนั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พบกับผู้ป่วยมะเร็งอีกคนที่ได้ทานยาสมุนไพรของหมอแสงเช่นกัน แต่อาการกลับแย่ลง ซึ่งครอบครัวของผู้ป่วยรายนี้ ระบุว่า ที่ต้องการออกมาเปิดเผยเพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

คุณรุจิรัฏฐ์ ส่วนสมพงษ์ อายุ 50 ปี ภรรยาของนายมิตรชาย โอภาสเพิ่มพงศ์ อายุ 51 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด โดยเล่าว่า เมื่อช่วงต้นปี 59 สามีมีอาการอ่อนเพลีย จึงไปให้หมอตรวจ พบก้อนเนื้อขนาด 7 ซม. ในปอดของสามี ซึ่งก็ได้ทำการรักษาด้วยคีโมตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงส.ค. 59 ทำให้ก้อนเนื้อยุบลง แต่เมื่อ ต.ค. 59 หมอนัดตรวจอีกครั้ง ซึ่งหมอมะเร็งบอกว่าพบปอดมีรอยรั่ว จึงได้ทำการเจาะน้ำในปอดไปตรวจ แต่ผลก็ออกมาปกติ ก่อนรักษาต่อด้วยการฉายรังสี และสุดท้ายก็รักษาด้วยการทำคีโม ซึ่งหมอไม่รับปากว่าจะหายหรือไม่ทำให้สามีปฏิเสธการรับคีโม โดยหมอบอกว่า หากไม่รักษาอาจอยู่ได้ไม่เกิน 8 เดือน

บรรยากาศคนรอรับยาหมอแสง

หลังจากนั้น (ต.ค.59) จึงตัดสินใจออกจาก รพ. มารักษาตัวต่อที่บ้าน โดยรับยาสมุนไพร จาก จ.กาญจนบุรี มากิน ซึ่งขณะนั้น อาการดีขึ้นมาก แข็งแรงขึ้น สามารถเดินได้ กินได้ ไม่มีอาการกำเริบ ขี่จักรยานออกไปไหนมาไหนได้ แต่หลังจากต้นปีที่ผ่านมา ก็มาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้อีก และเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีเพื่อนส่งลิงค์ข่าวและเฟซบุ๊ก “คนรักหมอแสง” มาให้ดู ตนและสามีจึงสนใจ ซึ่งเป็นปกติของผู้ป่วยมะเร็ง หากมีใครบอกว่า ที่ไหนมียาดี หมอเก่ง ก็พร้อมที่จะทดลองทั้งหมด

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจไปรับยาของ “หมอแสง” ซึ่งก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ทั้งไปลงบันทึกประจำวันยืนยันว่าจะไม่เอาผิดหมอแสง ซึ่งวันที่ไปมีคนเยอะมาก และได้ยาสมุนไพร เป็นแคปซูลสีฟ้าขาว มาจำนวน 12 เม็ด ให้กินวันละ 1 เม็ดก่อนนอน แต่ปรากฎว่ากินไปได้ 10 เม็ด อาการของสามีทรุดลง ไม่มีแรง ทรงตัวไม่ได้ จะล้ม ต้องนอนติดเตียงตอนนี้จึงหยุดกินยา

บรรยากาศคนรอรับยาหมอแสง

ทั้งนี้การที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ต้องการออกมาแฉ หรือประจาน เพราะเข้าใจดีว่าผู้ป่วยมะเร็ง ทุกคนก็ต้องการจะหาย ต้องการจะมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด แต่ก็อยากให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่จะไปรับยา คิดและชั่งใจ เพราะบางรายอาจจะไม่แค่ทรุดอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ และการออกมาเปิดเผย ก็เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้าน เนื่องจากอาการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้คุณรุจิรัฏฐ์ ยังตั้งข้อสงสัยอีกว่า การที่ต้องไปลงบันทึกประจำวัน เป็นการเอื้อผลประโยชน์กันหรือไม่ เนื่องจากการลงบันทึกประจำวันต้องเสียเงินคนละ 20 บาท และไม่สามารถลงบันทึกประจำวันที่อื่นได้ ต้องลงที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีเท่านั้น เดือนนึงจะแจกยา 1 ครั้ง ครั้งละ 3,000 คน ก็เท่ากับว่า สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้เงิน 6 หมื่นบาทต่อเดือน โดยในการไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ตั้งโต๊ะรับเฉพาะคนที่มาลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับการรับยาหมอแสงโดยเฉพาะ

คนนอนรอรับยาหมอแสง

keyboard_arrow_up