แม่น้องสกายเผยลูกทรมาน คีโมจนผมร่วง เจอหมอร้องหนูเจ็บ รับดูคลิปรอยยิ้มลูกเติมพลังใจ (คลิป)

กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับแฟนคลับ เมื่อนักแสดงเด็กสุดหล่อ “น้องสกาย” ผู้รับบทเป็น ลูก “ใจเริง” ในละครเพลิงบุญ ป่วยเข้าขั้นวิกฤต จนต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และพบว่า “น้องสกาย” ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

“น้องสกาย”

ล่าสุด วันนี้(2 ต.ค.) ทีมข่าวได้เดินทางไปหาคุณแม่ของน้องสกาย ที่ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการ “น้องสกาย” อาการดีขึ้นกว่าวันที่ผ่านๆมา เพราะ “น้องสกาย” เริ่มกินข้าวและเริ่มพูดคุยได้มากขึ้น สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าไต , ค่าแคลเซียมยังทรงตัวไม่แย่มากนัก และในวันพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) จะมีการให้คีโมรอบที่ 3 และจะให้อีกครั้งในวันศุกร์ 6 ก.ย. หรือ วันจันทร์ที่ 9 ก.ย. ที่จะต้องทำคีโมแบบ 5 วัน ติดต่อกัน

ภายหลังจาก “น้องสกาย” ได้รับคีโม คุณแม่ได้บอกว่า เมื่อ “น้องสกาย” ทำคีโมทุกอย่างกลับมาดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าไตหรือสภาพร่างกายก็ตาม โดยทางคุณหมอพยายามทำให้ร่างกาย “น้องสกาย” ปกติมากขึ้นและอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มีอะไรสูงหรือต่ำ แต่ทาง “น้องสกาย” จะพูดตลอดการทำคีโมว่าเจ็บ และเวลา “น้องสกาย” เจอหน้าคุณหมอมักจะพูดว่า “ไม่เอาแล้วเจ็บ”
คุณแม่ “น้องสกาย” ยอมรับกับทีมข่าวว่า รู้สึกสงสารลูก เพราะเวลาที่เห็นลูกเจ็บ ความรู้สึกของผู้เป็นแม่ก็เจ็บไม่ต่างจากลูก แต่ทำได้แค่บอก “น้องสกาย” ว่า ต้องอดทนถึงจะได้กลับบ้าน ขณะนี้ตนได้พยายามสอบถามกับผู้ปกครองที่ให้ลูกทำคีโม ซึ่งผู้ปกครองก็บอกว่าต้องรับมือกับผลกระทบที่จะตามมาให้ได้ โดยจะมีอาการผมร่วงในช่วงแรก และอาจจะมีเพ้อบ้าง แต่การทำคีโมยังไม่ทราบระยะเวลาสิ้นสุดของการทำคีโม เพราะต้องทำเรื่อยๆ แต่คุณหมอเคยคาดคะเนไว้ว่าน่าจะประมาณ 8-9 เดือน
สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย คุณแม่น้องสกาย ได้เปิดเผยว่า ไม่ว่าจะต้องจ่ายเงินในการดูแลลูกกี่บาทก็ตาม ตนต้องสู้ เพราะอยากเห็น “น้องสกาย” กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม และอยากให้ “น้องสกาย” หายป่วย พร้อมกับขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้กับน้อง ขณะนี้จะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ “น้องสกาย” มากกว่า และกลัวการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย “น้องสกาย” ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง และไม่ทราบเรื่องอนาคตข้างหน้าของ “น้องสกาย” เลย
ทั้งนี้ ยอดเงินที่มีผู้ใจดีโอนเงินเข้าบัญชี ขณะนี้ คุณแม่น้องสกายยังไม่ทราบยอด เพราะ ไม่มีเวลาตรวจสอบ เนื่องจากต้องคอยดูแลน้องเพียงอย่างเดียว แต่เคยโทรศัพท์ตรวจสอบยอดเงิน ทำให้ทราบว่ามีจำนวนเงินเข้ามามากพอสมควรแต่ยังไม่ครอบคลุมเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคตได้ และถ้าหากมีผู้เข้ามาช่วยเหลือทางตนยินดีรับไว้ และถ้า “น้องสกาย” หายและมีจำนวนเงินเหลือ ทางตนจะนำเงินที่เหลือไปรักษากับคนอื่นที่เป็นโรคเดียวกับ “น้องสกาย” ต่อไป
 อย่างไรก็ตาม แม่น้องสกาย ได้เล่าถึงความร่าเริงของ “น้องสกาย”  ให้ฟังว่า ตนได้ดูคลิปที่ “น้องสกาย” ร้องเพลงมีความสุขแล้วก็คิดถึง เพราะอยากให้ “น้องสกาย” กลับมาเป็นเหมือนเดิม และรู้สึกดีที่มีคนเข้ามาให้กำลังใจ “น้องสกาย” เยอะมาก เเล้วรู้สึกเหมือนเป็นความโชคร้ายในความโชคดีที่มีคนให้กำลังใจน้อง
keyboard_arrow_up