พี่ชายมนุษย์สไปเดอร์แมนปีนตึกรับชีวิตพินาศ โดนคนถล่มด่า ปัดน้องป่วยแค่เมาค้นหาทางออกห้อง (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “บ๊อบบี้ วินเทจ” โพสต์คลิปวีดีโอ ให้เห็นลักษณะของพฤติกรรมชายรายหนึ่ง ที่ปีนตามกำแพงของหอพัก ไปยังระเบียงห้องของผู้เช่าหลายต่อหลายคน พร้อมทำท่าหยิบจับเสื้อผ้าของคนอื่นที่ตากไว้บริเวณระเบียง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : เฉดหัวพ้นตึก! มนุษย์สไปเดอร์แมน ปีนห้องดม กกน.สาว อ้างเมาปีนเล่น สาวผวาจ่อย้ายหนี)

ภาพเหตุการณ์ที่ชายได้ปีนตึก

ล่าสุด วันนี้(1 ต.ค.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณหอพักดังกล่าวอีกครั้ง และทีมข่าวได้รับอนุญาตจากทางเจ้าของตึกให้เข้าไปสำรวจลักษณะภายในตึกดังกล่าว จึงพบว่ากล้องวงจรปิดติดไว้ทุกชั้นของหอพัก ซึ่งการเข้าออกต้องเป็นบุคคลภายในเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าออกได้

เมื่อสำรวจบริเวณชั้น 2 ห้องพักใกล้เคียงกับห้องที่ผู้ก่อเหตุอาศัย จึงจะสังเกตได้ว่าความสูงของแต่ละชั้นอยู่ที่ประมาณ 2.5 เมตร และหากผู้ที่อยู่ในภาวะปกติ ไม่มึนเมาอาจจะปีนได้ยาก ซึ่งด้านหลังอาคารยังมีการรักษาความปลอดภัยด้วยการติดกล้องวงจรปิดไว้ ทำให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่ก่อเหตุไม่ใช่บุคคลภายนอกอย่างแน่นอน

ระยะความห่างของแต่ละห้องพัก

ขณะที่ เจ้าของหอพักให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุทางหอพักได้รับผลกระทบพอสมควร เนื่องจากทำให้ผู้พักอาศัยคิดไปว่า มีโจรมาปีนขโมยทรัพย์สิน หรือบางรายคิดว่ามีโรคจิตมาดมชุดชั้นใน ซึ่งตนอยากให้ลองมองว่าหากเป็นโรคจิตไม่น่ามาก่อเหตุเวลากลางวัน และไม่ทำตัวให้เป็นจุดสังเกตของคนทั่วไปเช่นนี้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายวุฒิ พี่ชายของผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายวุฒิ (นามสมมติ) พี่ชายของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า น้องชายตนเป็นผู้ก่อเหตุปีนหอพักตามที่ปรากฏในคลิปจริง แต่สาเหตุที่น้องชายทำคาดว่าน่าจะเมาสุรา เนื่องจาก เวลาเกิดเหตุตนออกไปทำงาน และน้องชายเลิกงานกลับมาช่วงเช้า แล้วตนออกไปทำงานช่วงสาย

นายวุฒิ บอกอีกว่า ปกติแล้วน้องชายตนเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจา เลิกงานแล้วกลับห้องมาตามปกติ แต่ที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ว่าน้องตนเป็นโรคจิต เนื่องจากบางช่วงบางตอนของคลิป น้องชายได้ไปจับชุดชั้นในที่ตากอยู่ แล้วคล้ายเอามาดม ส่วนตัวยืนยันว่า น้องตนไม่ใช่โรคจิต เพราะน้องไม่มีอาการทางจิต และไม่ได้เป็นผู้ป่วย แต่ที่น้องตนกระทำพฤติกรรมเช่นนั้น เพราะ น้องมีอาการเมา เมื่อปีนขึ้นไปแล้ว คล้ายกับว่าหาทางออกไม่ได้ รวมทั้งไม่ได้พยายามจะเข้าไปห้องของผู้เช่ารายอื่นด้วย

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น นายวุฒิ ยอมรับว่า ทั้งตนและน้องชาย เครียด เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเรื่องราวที่เกิดขึ้นกระทบกับชีวิตมาก เพราะทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้น รวมถึงทำให้ทางหอเสียหาย แต่ตนเข้าใจว่าผู้ที่ได้รับชมคลิปดังกล่าวอาจเกิดความหวาดระแวง แต่ส่วนตัวได้เข้าไปเจรจากับผู้เช่าหอพักทั้ง 2 ห้อง ที่น้องตนปีนเข้าไป ปรากฎว่าทางเจ้าของห้องก็เข้าใจ และบอกน้องตนว่าอย่าก่อเหตุเช่นนี้

ภายหลังเกิดเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาน้องชายไปตรวจสารเสพติด แล้วทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่มีการใช้สารเสพติดอย่างแน่นอน ซึ่งน้องชายตนพร้อมแก้ไข หวังอยากให้สังคมได้เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องของคนโพสต์คลิป ตนอยากให้หาข้อมูลที่แท้จริงก่อนจึงจะนำคลิปมาลงโซเชียล เพราะอาจจะสร้างผลกระทบให้กับอีกหลายคน

keyboard_arrow_up