‘หลวงตาแก้ว’ พาสำรวจวัดชัยมงคล สวนสัตว์ขนาดย่อมกว่า 300 ตัว แบ่งโซนเลี้ยงมีปศุสัตว์ดูแล (คลิป)

จากกรณีที่โซเชียลมีเดียได้แชร์ภาพกระต่ายที่เลี้ยงในวัดชัยมงคล จังหวัดสมุทรปราการ ที่เลี้ยงปะปนกับสัตว์ประเภทอื่นทั้งไก่ และหนูตะเภา โดยไม่มีการกั้นรั้ว ซึ่งอาจจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เพราะเป็นวัดที่อยู่กลางชุมชนนั้น ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวี 34 เอชดี คุณปรัศนีย์ ตันนะไพบูรณ์ ได้ลงพื้นที่สำรวจวัดชัยมงคล โดยได้พบกับเจ้าอาวาสวัด และมอบหมายให้พระทองเปลว อภิปุญโญ หรือ หลวงตาแก้ว พาทีมข่าวเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบวัด

จากการเดินสำรวจพบว่า มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในวัดเลี้ยงสัตว์แต่ละประเภทอย่างชัดเจน ยกเว้นสัตว์บางตัวที่ป่วยก็จะถูกปล่อยออกมาเพื่อรักษาโดยวิธิธรรมชาติ คือ ให้กินหญ้า ควบคู่ไปกับการกินยา และฉีดยาปฏิชีวนะ ซึ่งเวลา 15.00 น. ของทุกวัน พระสงฆ์และสามเณรในวัดก็จะช่วยกันทำความสะอาดคอกสัตว์เหล่านี้ตามที่เจ้าอาวาสได้ตั้งกฎกติกาขึ้นมา เพื่อช่วยกันดูแลสัตว์กว่า 300 ตัวที่อยู่ในคอก

หลวงตาแก้ว ยืนยันว่า วัดเป็นพื้นที่อภัยทาน สัตว์ทุกตัวที่เลี้ยงทั้งวัว หมู ไก่ เป็ด แพะ หมา แมว ปลา กระต่าย และหนูตะเภา ญาติโยมเป็นคนนำมาฝากไว้ให้เลี้ยงที่วัด และเจ้าของสัตว์บางตัวก็มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน พร้อมกับนำอาหารมาให้เป็นประจำ ซึ่งกรณีของกระต่ายนั้น ไม่ได้เลี้ยงและปล่อยให้วิ่งอิสระทั่ววัด มีการกั้นทำกรงเลี้ยงไว้ เพรสะที่วัดมีหมา ก็กลัวว่าจะกัดกระต่าย และที่ผ่านมาก็จะมีสัตวแพทย์ และนักอนุรักษ์สัตว์เข้ามาช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ ซึ่งล่าสุดก็เข้ามาวานนี้เอง ในส่วนของอาหารนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่มาจากการบิณฑบาตรของพระในวัด ที่ฉันเสร็จแล้ว ก็จะนำที่เหลือมาเป็นอาหารสัตว์ ยกเว้นหญ้า ที่จะมีญาติโยมนำมาให้เป็นประจำตามศรัทธาของคนรักสัตว์

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกรณีร้องเรียนเรื่องการดูแลสัตว์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง แต่พระสงฆ์ในวัดก็ยืนยันว่าได้ดูแลสัตว์เหล่านี้เป็นอย่างดีมาตลอด ไม่มีการทรมาน หรือใช้สัตว์เป็นเครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมา ก็ดูแลตามความรู้ความสามารถ และเปิดรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ที่จะแวะเวียนนำวิตามิน และวัคซีน มามอบไว้ให้เสมอ หากญาติโนมต้องการช่วยเหลือทางวัดก็สามารถนำยา และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์มาให้ได้

ขณะที่วันนี้ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยยืนยันว่ากรงเลี้ยงกระต่ายที่เป็นกระแสข่าวในโลกออนไลน์ตอนนี้ ได้มาตรฐานระดับหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็กำชับให้ปศุสัตว์อำเภอเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพราะวัดอยู่กลางชุมชน เช่นเดียวกับการดูแลสัตว์อื่นๆ ที่มีการกั้นพื้นที่ชัดเจนข้อกังวลเรื่องการแพร่เชื้อโรคจึงไม่น่าเป็นห่วง

หลังจากนี้ปศุสัตว์จะเข้ามาดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น โดยจะนำความรู้ใหม่ๆ เข้ามาแนะนำพระที่วัด พร้อมกับควบคุมจำนวนสัตว์ไม่ให้สูงกว่านี้ เช่น หมู อาจจะต้องนำออกไปให้ชาวบ้านเลี้ยง หรือ นำหมูตัวผู้แยกออกไป เพื่อลดการเพิ่มจำนวน เพราะสัตว์เศรษฐกิจไม่นิยมทำหมัน.

keyboard_arrow_up