เปิดใจครูโดน นร.ไล่ โต้นุ่งสั้น ยันสอน 20 ปีไม่ด่างพร้อย ชี้ม็อบโยงปมทุจริตเงิน รร. (คลิป)

จากกรณีเมื่อวานที่ผ่านมา (25 ก.ย.) นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จังหวัดชุมพร ประท้วงไล่ครูสอนอังกฤษ อ้างพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด่าหยาบคาย สร้างความแตกแยกจนครูอีกกว่า 20 คน ขอย้ายหนี ขณะที่ครูที่ถูกกล่าวหายืนยันบริสุทธิ์ เผยถูกกลั่นแกล้งหลังปปช.ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริต

นางจารุวรรณ เผือกเนียน ครูสอนภาษาอังกฤษ

ล่าสุด วันนี้ (26 ก.ย. 60) นางจารุวรรณ เผือกเนียน ครูสอนภาษาอังกฤษ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์มาประมาณ 20 ปีแล้ว และสำหรับข่าวที่ออกมาว่าตนแต่งกายไม่เหมาะสม ทางนางจารุวรรณ บอกว่า ตนก็แต่งตัวในลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว สำหรับเรื่องที่มีผู้อ้างว่าตนใช้เวลาราชการสอนหนังสือเด็กไปทำงานส่วนตัวไม่เป็นความจริง เพราะทุกครั้งต้องมีการเซ็นชื่อเข้าสอนเป็นลายลักษณ์อักษรและสามารถตรวจสอบหลักฐานได้อย่างชัดเจน แต่เรื่องที่พูดคำหยาบคายก็ไม่เป็นความจริง เพราะถ้าหากตนจะต้องดุนักเรียนจะใช้เสียงที่แข็งกว่านี้ แต่ไม่มีการใช้คำหยาบแน่นอน

ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่ามีครูกว่า 20 คน ยื่นหนังสือขอย้ายออกเพราะตนก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตนไม่ได้มีอำนาจ หน้าที่ หรือสามารถไปทำอะไรให้ครูอื่นย้ายได้ และไม่ทราบถึงเรื่องการย้ายบุคลากร

นางจารุวรรณ บอกอีกว่า สำหรับเรื่องการกล่าวหาตนเป็นครูเจ้าถิ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเด็กโครงการต่างๆ ไม่เป็นความจริง ซึ่งทางโรงเรียนมีครู 3 คนที่รับผิดชอบด้านการเงินอยู่แล้ว ตนจึงไม่เคยถือเงินของนักเรียน

อย่างไรก็ตาม นางจารุวรรณตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเรื่องที่นำมากล่าวหาตนถึงเกิด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. เดินทางมาตรวจสอบการทุจริตกับทางผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนตัวคาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากที่ตนไม่ค่อยเห็นด้วยกับการนำเงินของโรงเรียน ไปใช้จ่ายโดยไม่โปร่งใส ไม่มีการตรวจสอบของกรรมการ โดยการประชุมทุกครั้งตนจะไม่เห็นต่อประเด็นดังกล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของเด็กนักเรียนตนเชื่อว่าเด็กคงไม่รู้เบื้องลึกอะไรมาก แล้วหลังจากนี้ต้องรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการที่เข้ามาสอบตน เพราะเชื่อมั่นว่าตนบริสุทธิ์ ตลอดระยะเวลาที่ตนทำงานอาชีพครูมากว่า 20 ปี ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และตนก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง เพราะหากตนผิดวินัยจริง ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องตั้งคณะกรรมขึ้นมาสอบสวน

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น นางจารุวรรณ ระบุว่า ตนไม่ได้รู้สึกว่าได้รับผลกระทบ เพราะเข้าใจสังคมดีว่า ย่อมมีคนดี และคนไม่ดีอยู่บ้าง แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยในวันนี้ตนได้ย้ายเข้ามาทำงานที่สำนักงานศึกษาธิการประจำจังหวัดแล้ว และตนรู้สึกสบายใจเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งส่วนตัวตนไม่ได้คาดหวังไว้ว่าจะเรื่องราวจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เชื่อเพียงว่าความจริงจะปรากฏพร้อมให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ไม่ว่าผลสอบออกมาอย่างไร ตนพร้อมน้อมรับและทุกอย่างจะผิดหรือถูกต้องมีหลักฐานชัดเจน ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

keyboard_arrow_up