ความสุขของใจ! นศ.ได้ไอโฟน 8 คนแรก โต้คนด่าไม่รู้จริง ยันออมเงินซื้อให้พ่อมีเหลือทำบุญ (คลิป)

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในสังคมออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ข้อมูล หนุ่มนักศึกษาไทย วัย 20 ปี ได้คิวซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟน 8 คนแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ในโลกโซเชียลมีเดียหลายคนได้พูดถึง เจ้าของไอโฟน 8 ในทำนองว่า เหตุใดจึงไม่นำเงินไปทำอย่างอื่น และรุมด่านักศึกษาคนดังกล่าวว่า ใช้เงินฟุ่มเฟือย จนเจ้าตัวต้องเขียนชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ไปนั้น

ล่าสุด วันนี้ (25 ก.ย.) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายวริศ สินธพเรืองชัย อายุ 20 ปี นักศึกษาไทยเจ้าของ ไอโฟน 8 คนแรกในประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ประเทศสิงค์โปร์ เวลา 4 เดือน โดยช่วงกลางเดือนกันยายน ทางบริษัทแอปเปิ้ล ได้เปิดจองโทรศัพท์ ไอโฟน 8 ผ่านทางเว็บไซต์ จึงได้จองโทรศัพท์ ไอโฟน 8 จากเว็บดังกล่าว จำนวน 2 เครื่อง หลังจากนั้นบริษัทจึงส่งอีเมล์ตอบรับกลับมา พร้อมระบุวันเวลาให้เดินทางไปรับสินค้า และตรงกับวันศุกร์ที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา

นายวริศ สินธพเรืองชัย อายุ 20 ปี นักศึกษาไทยในสิงคโปร์

จนกระทั่งวันรับสินค้า ตนได้เดินทางไปถึงประมาณ 07.45 น. ก่อนร้านจะเปิดเวลา 15 นาที ซึ่งตนเห็นว่ามีคนได้คิวก่อนหน้าประมาณ 4-5 คน แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสอบถามว่า “จะซื้อโทรศัพท์ไปให้กับใคร” จึงตอบกลับไปว่า “จะซื้อโทรศัพท์ไอโฟน 8 เป็นของขวัญวันเกิดให้กับพ่อและแม่” ทางเจ้าหน้าที่จึงเรียกไปรอรับโทรศัพท์เป็นคนแรก ภายหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์ ได้มีคนเข้ามาแสดงความยินดีกับตนเองหลายคน

นอกจากนี้สื่อของประเทศสิงค์โปร์ ได้ทำการซักซ้อมให้ทำท่าวิ่งเข้าไปภายในร้าน เพื่อรับโทรศัพท์ไอโฟน 8 พร้อมยอมรับว่า ตนเองกำลังจะได้เป็นเจ้าของโทรศัพท์ไอโฟน 8 เป็นคิวแรก

นายวริศ บอกอีกว่า หลังจากที่สื่อของประเทศสิงค์โปร์ ได้เผยแพร่ภาพดังกล่าว ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความยินดี ตรงกันข้ามกับกระแสข่าวในประเทศไทย ที่กลายเป็นเรื่องดราม่า หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงลบ วินาทีนั้นยอมรับรู้สึกเครียดมาก จึงอยากชี้แจงว่า ตนเองต้องการซื้อโทรศัพท์เป็นของขวัญให้กับพ่อแม่เท่านั้น ส่วนเงินที่ใช้ซื้อก็เป็นเงินเก็บที่แบ่งมาจากค่าขนม และเงินของขวัญตามเทศกาลต่างๆ

ส่วนกรณีที่สังคมออนไลน์ตั้งคำถามว่า ทำไมถึงไม่นำเงินไปใช้ทำอย่างอื่น นายวริศ เปิดใจอีกว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ที่ความตั้งใจ เพราะการซื้อโทรศัพท์มาให้พ่อ แล้วสิ่งนี้ทำให้พ่อดีใจ ถือว่าเป็นความสุขทางใจ

แต่ยังมีหลายคนแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมถึงไม่นำเงินไปทำบุญ เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า อย่างแรกตนเองเป็นแค่นักศึกษา ควรเก็บเงินมาสร้างรากฐานตัวเองให้มั่นคงเสียก่อน ถึงจะไปช่วยผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตามเรื่องทำบุญ ครอบครัวได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว

นายวริศ ยังฝากถึงเรื่องการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ของสังคมไทยว่า สังคมมักจะตัดสินผู้อื่น ทั้งที่ยังไม่ทราบข้อมูล และข้อเท็จจริง จึงอยากให้ทุกคนเคารพสิทธิ และเสรีภาพของผู้อื่นในการแสดงความเห็นให้มากกว่านี้

ขอบคุณภาพจาก Twitter : @SeeKitCNA

 

keyboard_arrow_up