เปิดใจครั้งแรก! เมียซีมอน ไม่เชื่อผัวหั่นศพออย ซุกกำแพงบ้านปูนโบก แย้ม “เบน” รู้ดีที่สุด (คลิป)

จากกรณีที่พ่อแม่ของ “น.ส.นันทิยา” หรือ “ออย” เดินทางเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม  หลังติดต่อลูกสาวไม่ได้ตั้งแต่ปี 2558 และสงสัยว่าลูกสาวอาจถูกฆาตกรรม เนื่องจากเคยใช้ชีวิตอยู่กับนายซีมอน เบตัน อดีตสามีที่กลายเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพตำรวจอิสราเอล

ล่าสุด วันนี้ (22 ก.ย.60 ) ทางครอบครัวของน.ส.นันทิยา ยังเชื่อว่า นายซีมอน ต้องอำพรางศพของคุณออยไว้ในบ้านที่เคยเช่าอยู่ด้วยกันย่านบางกรวย จึงอยากให้มีการตรวจสอบอีกครั้ง โดยเฉพาะผนังกำแพง ซึ่งเจ้าของบ้านคนก่อนเคยให้ข้อมูลกับกองบังคับการปราบปรามว่า นายซีมอนเคยเอาสีไปแต้มไว้

โดยทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า หากจะเข้าไปค้นภายในบ้านนั้น หรือถ้ามีเหตุสงสัย มีพยานหลักฐาน หรือของที่ผิดกฎหมาย ของที่ใช้กระทำความผิดอยู่ในบ้านหลังนั้น ต้องขอคำสั่งศาล แต่การทุบบ้าน เจาะบ้านไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่สามารถขอได้ แต่เมื่อทุบเสร็จแล้วตำรวจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทางแพ่งให้กับเจ้าของบ้านด้วย

ส่วนกรณีที่มีคนหายตัวไป แล้วเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย เพราะบ้านประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่คนจะใจคอโหดร้าย หากนายซีมอนฆ่า น.ส.นันทิยาจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของเขา ต้องหั่นศพแน่นอน และถ้าหั่นเสร็จแล้ว คงซ่อนไว้ไม่ไกลจากที่อยู่อาศัย บางทีอาจจะอยู่ในที่ที่เรามองเห็นก็ได้ แต่ไม่น่าจะขุดหลุมฝัง หรือโยนทิ้งน้ำ

นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบปูน ที่ใช้ในการก่อสร้างได้ว่าถูกใช้เมื่อปีไหน ถ้าสามารถเจาะหรือดูลักษณะเนื้อปูนได้ว่า ถูกใช้ในปี 58 แล้วขุดเจาะเฉพาะตรงนั้น ถ้าเจอก็เจอ ไม่เจอก็คือไม่เจอ แต่ต้องทำเพราะเป็นบ้านที่ต้องสงสัยที่สุด ซึ่งทางครอบครัวของ น.ส.นันทิยา อยากให้พิสูจน์ หากไม่เจอจะได้เลิกสงสัย และไม่ยุ่งกับบ้านหลังนี้อีก เมื่อพิสูจน์แล้วอยากให้พิสูจน์ให้ถึงที่สุด เพราะบ้านหลังนั้นเป็นจุดสุดท้ายที่ น.ส.นันทิยา อยู่กับนายซีมอน ส่วนหากเจ้าของบ้านไม่ยอม ไม่ได้หมายความว่าเข้าไปแล้วจะต้องทุบเสมอไป เข้าไปแล้วต้องตรวจสอบก่อนว่ามีจุดผิดสังเกตหรือไม่ แล้วถึงทำการขออนุญาต แต่ถ้าทางเจ้าของบ้านไม่ยอมให้ตรวจสอบ ตำรวจก็ต้องอาศัยคำสั่งศาลตามกฎหมาย

ขณะที่ คุณมัส (นามสมมติ) ภรรยาคนปัจจุบันของนายซีมอน เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนไม่เคยพบเจอ น.ส.นันทิยามาก่อน  แต่เคยถามนายซีมอนถึงเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ เนื่องจากช่วงเวลาที่ตนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนายซีมอนในบ้านเช่าย่านบางบัวทอง หลังที่นายซีมอนก่อเหตุฆ่าโบกปูน  ตนเคยเห็นรูปถ่ายผู้หญิงคนหนึ่ง คั่นอยู่ในหนังสือศาสนาที่นายซีมอน ใช้ทำพิธีทางศาสนายิว  นอกจากรูปถ่ายที่พบในหนังสือ ยังเคยเห็นอัลบั้มรูป ซึ่ง น.ส.นันทิยาถ่ายกับน้องเบน ตอนเป็นเด็ก ตนจึงถามนายซีมอนว่าเป็นใคร ตอนนั้นสามีได้เล่าให้ฟังเพียงว่า เป็นแม่ของน้องเบน ซึ่งถูกทางการลาวจับตัวไป ในคดียาเสพติด หลังจากนั้นตนไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมอีก เนื่องจากสามีเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบให้ใครไปถามเซ้าซี้

“เบน” ลูกชายของนายซีมอน เบตัน

คุณมัส บอกอีกว่า ต่อมาได้มีญาติของน้องเบนมาถามหา น.ส.นันทิยา  ซึ่งซีมอนได้บอกไปเหมือนเดิมว่าโดนจับที่ประเทศลาว ซึ่งหากไปถามเรื่องนี้กับเบน เบนจะไม่ชอบให้ถามถึงแม่ ถ้าไปถามอารมณ์ของเบนจะแปรปรวน เลยไม่มีใครถามเบนในประเด็นนี้ เรื่องจึงเงียบไม่มีการพูดถึงอีกเลย โดยปกตินายซีมอนเป็นคนใจดี เช้ามาจะนำเอาสุนัขไปอาบน้ำ และทำงานบ้านทั้งหมดตั้งแต่ถูบ้าน ซักผ้า ล้างจาน รวมถึงทำอาหาร และจะทำให้ตนทุกอย่างเพราะตอนนั้นตนกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่ คุณมัสยังบอกอีกว่า นายซีมอนเป็นคนเคร่งศาสนามาก จะทำพิธีทางศาสนาทุกวันในตอนเช้าและเย็น แต่เขาไม่เคยบังคับตน มีแต่ขอว่าอย่ากินหมูในบ้านเพียงเท่านั้น

รวมถึงขณะที่อยู่กับนายซีมอน นายซีมอนไม่เคยดุ หรือพูดจาหยาบใส่ตน ซึ่งปกติจะใช้ภาษาไทยคุยกัน แต่กับคนอื่นมีบ้างที่ทำให้เขาโมโห เขาก็จะดุใส่ เหมือนคนโมโหทั่วไป เต็มที่แค่ง้างมือจะตบ แต่ไม่ได้ตบ และไม่เคยเห็นนายซีมอนทำร้ายใคร ส่วนเรื่องที่ น.ส.นันทิยาหายตัวไปนั้น ตนติดว่ามีความเป็นไปได้หลายอย่าง ส่วนที่เคยมีข่าวอดีตภรรยาอีกคนของซีมอน เคยให้ข้อมูลว่า หากมีใครมาถามหา น.ส นันทิยา ให้บอกไปว่าเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ซึ่งตนเคยถามซีมอนว่าทำไมถึงให้โกหก นายซีมอนให้คำตอบว่า อดีตภรรยาชอบไปถามน้องเบนว่า ทำไมถึงไม่ไปอยู่กับญาติฝั่งแม่ ซึ่งเบนไม่ค่อยชอบ ซีมอนจึงให้พูดไปว่า น.ส.นันทิยาเสียชีวิตไปแล้ว จะได้ตัดปัญหา ไม่มีใครมาถาม

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับคุณมัส (นามสมมติ) ภรรยาคนปัจจุบันของนายซีมอน

นางมัสยังเผยอีกว่า ตนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นกับเบน และซีมอนประมาณ 7 เดือน ก่อนที่จะย้ายออกจากบ้าน เนื่องจากเตรียมคลอดลูก ซึ่งภายในหนึ่งสัปดาห์ ตนจะอยู่บ้านหลังนั้นประมาณ 4 วัน ส่วนวันที่เหลือจะกลับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด แต่ส่วนใหญ่ตนจะใช้เวลาอยู่กับนายซีมอน ซึ่งไม่เคยพบความผิดปกติ ตนทราบเพียงว่านายซีมอนทำงานให้รัฐบาล เป็นสายลับ ซึ่งนายซีมอนไม่เคยพูดให้ฟังว่ามีปัญหากับใคร

อย่างไรก็ตามหลังตนย้ายออกมาจากบ้านได้ 3 เดือน นายซีมอนก็ถูกจับ ซึ่งตอนแรกที่ทราบข่าวคิดว่าเป็นคดีเก่า ที่ จ.กาญจนบุรี  แต่เมื่อรู้ว่าเป็นคดีฆ่าโบกปูนตนถึงกับตกใจ โดยตอนแรกที่ข่าวออกมาว่าเป็นคดีชู้สาว ตนคิดว่าอาจจะเป็น น.ส.นันทิยา แต่ข่าวระบุว่าเป็นคนที่ท้องอยู่แล้วย้ายออกจากบ้าน ซึ่งคือตน จึงรู้ว่าไม่ใช่ความจริง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ยืนยันว่าไม่ใช่สาเหตุนี้ แต่ส่วนตัวคาดว่ามีสาเหตุจากธุรกิจมากกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา เกี่ยวข้องกับนายซีมอนหรือไม่นั้น  คุณมัสกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่านายซีมอนคงไม่น่าเกี่ยว เพราะถ้านายซีมอนทำ เบนซึ่งเป็นลูกชายคงไม่ยอม ถึงเบนจะเป็นเด็กหัวแข็ง แต่เขาไม่ใช่เด็กที่จะปล่อยให้ใครมาทำพ่อแม่ตนเอง ขนาดสุนัขมาตะกุยพ่อเขาเลือดออก เขายังมีปัญหาเลย

keyboard_arrow_up