เหยื่อมิจฉาชีพร้องดีเอสไอ แก๊งหลอกซื้อรถยนต์ติดไฟแนนซ์ในเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดหนีไปกว่า 30 คัน

มีเรื่องมาเตือนภัย สำหรับคนที่ซื้อรถแล้วเอาเข้าไฟแนนซ์ แต่ส่งรถไม่ไหว ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วดันไปเจอนายหน้าในเฟซบุ๊ก มาหลอกว่ารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ ก็ยอมขายไป แต่สุดท้าย เมื่อคนกลุ่มนี้ ซื้อรถไปแล้ว ไม่ยอมส่งค่างวดต่อให้ สุดท้ายไฟแนนซ์ มาทวงเงิน และจะยึดรถ แต่ไม่มีรถให้ยึด จนถูกบริษัทไฟแนนซ์ จะฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 60 คนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้ รวมตัวกันมายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ช่วยคลี่คลายคดีให้ โดหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย บอกว่า คดีนี้มีผู้เสียหายรวมกว่า 30 คน ขายรถติดไฟแนนซ์ไปกว่า 30 คัน มูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท

พฤติการณ์ในกรณีคือ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ ซื้อรถมาแล้วนำเข้าไฟแนนซ์ แล้วส่งรถไปไหว จากนั้น ไปเห็นโฆษณารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ จากเฟซบุ๊ก จึงเห็นว่าหากส่งรถคืนไฟแนนซ์ก็จะไม่ได้เงินคืน แต่หากนำไปขายก็ยังจะได้เงินบางส่วน ประกอบกับนายหน้าดูน่าเชื่อถือ มีการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ว่าสามารถหาคนที่มีประวัติดีมาซื้อรถได้ จึงตัดสินใจนำรถไปขาย แต่หลังจาก ขายไปแล้ว คนที่ซื้อรถต่อ กลับไม่ส่งค่างวด ทำให้บริษัทไฟแนนซ์มาเรียกค่าเสียหายกับตัวเอง ส่วนรถก็ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนแล้ว

ดังนั้นจึงเชื่อว่า กลุ่มคนที่มารับซื้อรถ เป็น มิจฉาชีพ ทำเป็นขบวนการ มีนายหน้า 3 คน และมีผู้รับซื้อรถ คือ น.ส.นฤมล (สงวนนามสสกุลล) ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ พบว่า หญิงสาวคนนี้เคยถูกจับกุมข้อหาฉ้อโกงในคดีอื่นมาแล้ว ทำให้กลุ่มผู้เสียหายเชื่อว่าน่าจะถูกฉ้อโกงเช่นกัน

ตัวแทนผู้เสียหายยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้เสียหายเคยไปแจ้งความที่สถานีตำรวจหลายแห่ง และที่กองบังคับการปราบปรามมาแล้ว แต่เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง เพราะรถยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไฟแนนซ์ ทำให้ตำรวจไม่รับแจ้งความ จึงรวมตัวมายื่นหนังสือต่อดีเอสไอ

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ระบุว่า ทางดีเอสไอจะรับเรื่องไว้พิจารณาก่อนว่า เข้าข่ายที่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และผู้เสียหายเข้าให้ปากคำ เพิ่มเติมต่อไป

keyboard_arrow_up