พ่อปืนเปิดใจ ลูกสุดขยันส่งตัวเองเรียนแต่ ป.4 – เพื่อนบ้านช็อกคลิปด่าตร. ยันกตัญญู (คลิป)

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 19 กันยายน 2560 สำหรับคดีสองแม่ลูกที่ปรากฏในคลิปแสดงความไม่พอใจตำรวจจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ เพราะถูกออกใบสั่ง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพายุ แซ่โง้ว จำเลย ในฐานความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย , ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ซึ่งจำคุก 1 เดือนปรับ 9,200 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา มีกำหนด 1 ปี ส่วนนางสาวสราวรรณ หว่างตาล อายุ 38 ปี พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในฐานความผิดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง รับสารภาพลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี


ล่าสุด คุณสราวรรณ หว่างตาล แม่ผู้ก่อเหตุ ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการต่างคน ต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น.ว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ลูกชายตนเคยถูกตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เรียกจับในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัยและไม่มีใบขับขี่ ระหว่างการขี่รถจักรยานยนต์นำของมาส่งให้ตนไปขาย ส่วนวันที่เกิดเหตุครั้งล่าสุดที่เป็นประเด็น ลูกชายของตนขี่รถจักรยานยนต์มาส่งของให้ตนเหมือนเดิม และถูกตำรวจเรียกจับในข้อหาไม่มีใบขับขี่ ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จนมีทางเจ้าหน้าที่ได้วอเข้ามาให้ตรวจค้นร่างกายลูกของตนว่ามียาเสพติดซุกซ่อนหรือไม่ โดยลูกตนก็พร้อมให้ตรวจ ซึ่งตนยอมรับว่าลูกตนไม่ได้เสพยาเสพติดอย่างแน่นอน ต่อมาตำรวจที่เคยมีปากเสียงกันเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เข้ามาสมทบและมีการพูดจายั่วยุ และมีการบันทึกคลิปดังกล่าว แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวเมื่อมาถึง ได้พูดว่า “เอามันเลย มันเคยหมิ่นกูไว้” ส่วนที่ลูกชายถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจคงเป็นเพราะลูกชายเห็นช่วงที่ตนถูกเจ้าหน้าที่ผลักอก

โดยสราวรรณ บอกว่า หลังจากนี้ครอบครัวตนจะทำมาค้าขายตามปกติ พร้อมกับอยากให้เรื่องดังกล่าวจบตอนนี้ ซึ่งที่ตนออกมาพูดในครั้งนี้ไม่ได้อยากให้ใครเข้ามาเห็นใจ เพราะตนทราบว่าลูกตนผิด แต่อยากฝากบอกสังคมว่าหากใครเจอเหตุการณ์เช่นนี้ถึงจะเข้าใจ หากถามว่าตนคิดจะขอโทษตำรวจหรือไม่นั้น ทางตนคิดจะขอโทษอยู่แล้ว

ด้านนายธวัชชัย แซ่โง้ว ผู้เป็นบิดา ระบุว่า ตนสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกตนว่า มีพลเมืองดีโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องลูกตน เพราะประชาชนธรรมดาจะมีเบอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้อย่างไร แต่หากถามว่าลูกตนผิดหรือไม่ตนยอมรับว่าลูกตนผิด ตนอยากชี้แจงเพียงว่าทุกอย่างมีเหตุและผล เหมือนกับหนัง หากยังดูไม่จบก็อย่าเพิ่งตัดสินไปก่อน ยอมรับว่าทางครอบครัวไม่สนใจเรื่องโซเชียล เพราะไม่อยากให้ราคา เพราะครอบครัวตนมีค่ามากกว่าเยอะ

ทั้งนี้ นายธวัชชัย ได้เล่าให้ฟังอีกด้วยว่า ลูกชายตนส่งเสียตัวเองเรียนตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการไปตั้งร้านขายข้าวไข่เจียวเพื่อนำเงินที่ได้มาจ่ายค่าเทอมของตนเอง

ส่วนนายพายุ แซ่โง้ว หรือปืน ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอารมณ์โมโหที่ถูกยั่วยุ และขอสังคมอย่าตัดสินเพียงคลิปที่ถูกเผยแพร่ออกไป เพราะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่วนที่ตำรวจตรวจปัสสาวะตนเพื่อหาสารเสพติด เมื่อตรวจแล้วก็ไม่พบสารเสพติดใดๆทั้งสิ้น ยอมรับว่าตนสงสารพ่อแม่ เนื่องจากทั้ง 2 คนถูกสังคมโจมตี แล้วหากถามว่าตนจะขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวหรือไม่ น้องปืน บอกว่า ผมต้องการขอโทษต่อหน้า ไม่อยากขอโทษผ่านสื่อ แล้วยืนยันว่าหลังจากนี้จะกลับตัว

ทางทนายเกิดผล แก้วเกิด บอกว่า หากคิดจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิปลงในสังคมออนไลน์ ต้องมีการตรวจสอบว่าคลิปดังกล่าวได้มีการถูกตัดต่อ หรือเสริมข้อมูลอะไรไปหรือไม่ หากได้กระทำก็สามารถเอาผิดเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้ ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการล็อกล้อรถยนต์ ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่อาจหวั่นว่าน้องปืนจะหลบหนีจึงได้ทำการล็อกล้อไว้ ซึ่งเป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกรณีไป 
ขณะที่ นางสิริรักษ์ แฉ่งประเสริฐ เพื่อนบ้านน.ส.สราวรรณ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนรู้จักครอบครัวนี้มานาน ตั้งแต่พ่อเขายังเด็ก ที่ผ่านมาพ่อเขาเป็นคนดี ขยันทำมาหากิน ไม่ค่อยสุงสิงใครทำมาหากินอย่างเดียว แต่ถ้าเพื่อนบ้านไปขอความช่วยเหลือครอบครัวนี้เขาก็จะช่วยตลอด ส่วนแม่น้องปืน ก็เคยคุยกันบ้าง ก็คุยกันปกติพูดจาดี ยิ้มแย้ม แต่ช่วงหลังไม่ค่อยได้คุยกันเพราะต่างคนต่างทำงาน

นางสิริรักษ์ แฉ่งประเสริฐ เพื่อนบ้านน.ส.สราวรรณ

ส่วนน้องปืน ตนเห็นว่าเป็นเด็กดีความกตัญญ ช่วยพ่อแม่ขายของมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนพ่อแม่เขาเก็บของเก่าขาย เห็นเขาก็ช่วยเหลือดี เวลาเจอกับตนเอง น้องปืนก็ยิ้มทักทาย ยกมือไหว้ตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่าเขามีพฤติกรรมก้าวร้าวเลย เย็นกลับมาก็เข้าบ้าน ไม่เคยเห็นออกไปไหน ทั้งนี้ตนมีโอกาสได้ดูคลิปแล้ว ก็รู้สึกตกใจ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีอะไรไปกดดันเขา จึงทำให้แสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมา

keyboard_arrow_up