ลูกทุ่ง ‘ยอดรัก เพชรสุพรรณ’ ช็อก! ลูกตายระหว่างคลอด โวย รพ.ปล่อยเมียนอนปวดท้องรอทั้งคืน

นักร้องลูกทุ่งช็อก โรงพยาบาลชื่อดังปล่อยให้ภรรยานอนปวดท้องรอคลอดทั้งคืน ต้องถือถุงน้ำเกลือเดินหาพยาบาล พอลูกคลอดได้ 40 นาที ลูกเสียชีวิต ข้องใจทำไมพยาบาลไม่สนใจ ปล่อยปละละเลย

จากกรณีเพจดังแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์รูปหญิงสาวรายหนึ่งในลักษณะที่ดูแล้วน่าจะเพิ่งออกจากห้องคลอด และกำลังโอบกอดเด็กทารกพร้อมกับร้องไห้ พร้อมกับข้อความว่า มีพี่นักแสดงสายตลกมาขอความเป็นธรรมให้พี่ยอดรัก เพชรสุพรรณ ที่ร้องขอความเห็นใจ กรณีลูกสาวเขาน้องดวงใจ ต้องเสียชีวิตระหว่างการคลอด ภรรยาแจ้งว่าทางรพ.ไม่สนใจดูแล จึงอยากให้สื่อช่วยลงพื้นที่และติดตามนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับนายประยุทธ เล็บประดู่ หรือ “ยอดรัก เพชรสุพรรณ” อายุ 51 ปี นักร้องลูกทุ่งค่ายสันติภาพมีเดีย อีสานบ้านเฮา ซึ่งเป็นคุณพ่อที่ต้องสูญเสียลูกสาวไปอย่างไม่มีวันกลับ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยอาการที่ยังช็อคไม่หายว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ภรรยากำลังจะคลอดลูกสาว จึงพามานอนรอคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งตั้งแต่ช่วงเที่ยง แต่หมอบอกว่าปากมดลูกยังไม่เปิด ต้องนอนรอ จนกระทั่งดึกแล้วปากมดลูกก็เปิดแค่นิดเดียว ตนจึงต้องกลับบ้าน เพราะที่นี่ไม่ให้นอนเฝ้า พอเช้าวันรุ่งขึ้น ตนดีใจมาก รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นสีชมพู เตรียมของ เพื่อมารับลูกสาวกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ตนช็อค อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่หมอมาชี้แจงตนก็ไม่เข้าใจที่มาบอกว่าตนและภรรยาอายุเยอะแล้ว เพราะที่ผ่านมาภรรยาฝากท้องและอัลต้าซาวน์ตลอด ก็พบว่าแข็งแรงดี ไม่มีอะไรผิดปกติ ตนเชื่อว่าที่ลูกสาวเสียเป็นเพราะว่าไม่มีบุคลากรสนใจ ปล่อยให้นอนปวดท้องทั้งคืน

ทั้งนี้ นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ ให้สัมภาษณ์ไปก็ร้องไห้ตลอด บอกว่าตอนนี้มีใบแจ้งเกิดของลูกสาว ชื่อ ด.ญ.ดวงใจ เล็บประดู่ ซึ่งตนยังไม่ได้แจ้งตาย เพราะอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้ ทุกวันนี้ภรรยายังนอนรักษาตัวในห้องพิเศษอยู่ที่โรงพยาบาล ตนก็มานอนเฝ้า พอตนได้ยินเสียงร้องของเด็กทารกที่เป็นลูกคนอื่น ก็เสียใจมาก ได้แต่คิดว่าทำไมลูกจึงไม่มีโอกาสได้อยู่กับตน

สิ่งที่อยากให้ รพ.ออกมาชี้แจงคือสาเหตุการเสียชีวิต ไม่ได้อยากได้รับการเยียวยาในเรื่องเงิน แต่อยากให้เยียวยาเรื่องจิตใจ ตนไม่ได้อยากได้เงิน ถ้าหากให้ตนจ่ายเงิน ยอมเป็นหนี้ 10 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ชีวิตลูกสาวกลับคืนมาตนก็ยอม พร้อมบอกว่าขอให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ขึ้นไปเยี่ยมอาการของ น.ส.น้ำฝน เข็มโพธิ์ ภรรยาของยอดรัก เพชรสุพรรณ เล่าว่า น้ำเดินตั้งแต่เวลา 17.00 น. แล้วก็เริ่มปวดท้องเป็นระยะ ๆ มีเลือดออกมาบ้าง จนเวลา 23.00 น. ปวดท้องอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ห้องคลอดมาดูบอกปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร ให้นอนรอต่อ จน 01.00 น. เรียกเจ้าหน้าที่มาเพราะปวดเยอะแล้ว เขาบอกว่า เปิด 2 เซนติเมตรแล้ว รอจน 03.00 น. ปวดมากจนนอนดิ้นไปมาแต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่ง 04.00 น. ปวดท้องมาก ต้องเข็นน้ำเกลือออกไปหาพยาบาล ก็ไม่เจอหมอและเจ้าหน้าที่เลยสักคน ก็กลับมานอนปวด นอนตัวสั่น อยู่ที่เตียง จนปวดท้องมากทนไม่ไหว จึงร้องเสียงดัง ตอน 05.00 น. จึงมีพยาบาลมาดูบอกว่าปากมดลูกเปิด 8 เซนติเมตรแล้ว ก็ผ่าตนไปเข้าห้องคลอด

ทั้งนี้ ก่อนคลอดหมอก็ตรวจหัวใจเด็ก ยังเต้นปกติ แข็งแรงดี จนตนเบ่งคลอด เห็นลูกออกมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงลูก จนหมอมาบอกว่าน้องไม่หายใจกำลังพยายามปั๊มหัวใจ 40 นาทีแล้ว แต่น้องไม่ตอบสนอง ตนเสียใจมากที่ได้ยินแบบนั้น ทุกอย่างใจสลายไปหมด ตนสงสัยว่าทำไมนอนปวดท้องอยู่ตั้งหลายชั่วโมง ไม่มีใครมาดูแล ถ้ามีคนมาดูแล เชื่อว่าลูกคงไม่เสียชีวิต

ตลอดการให้สัมภาษณ์ คุณน้ำฝนก็ร้องไห้ และบอกว่าเป็นสิ่งที่ทำใจยาก อุ้มท้องมาตั้ง 9 เดือน มั่นใจว่าลูกของตนปกติ ไม่ได้มีอาการอะไร ทำไมพอคลอดแล้วลูกของตนเสียชีวิต

ขณะที่ นพ.มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า ผู้ป่วยที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลปทุมธานี ชื่อ น.ส.น้ำฝน โพธิ์เข้ม อายุ 41 ปี เป็นภรรยาของคุณยอดรัก เพชรสุพรรณ หรือนายประยุทธ เล็บประดู่ ทางโรงบาลปทุมธานีได้ดูแลดีมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเขาได้รับการฝากครรภ์อย่างดีมาจากโรงพยาบาลเอกชนมาก่อนอยู่แล้ว

เนื่องจากผู้ที่มาฝากครรภ์อายุเกิน 35 ปีก็มีโอกาสที่เด็กจะมีโครโมโซมที่ผิดปกติทั้งสมองหัวใจรูปร่างหน้าตาการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ โดยผู้ป่วยได้รับคำแนะนำมาแล้ว เมื่อมาถึงที่โรงพยาบาลปทุมธานี ก็ได้รับการฝากครรภ์อย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 60 เวลา 12.50 น.มารอคลอดที่ห้องคลอดโรงพยาบาลปทุมธานีหลังจากคลอดเด็กก็มีอาการผิดปกติลักษณะของเด็กตัวเขียวหน้าตาของเด็กผิดปกติไม่หายใจ แต่หัวใจยังเต้นอย่างช้าๆ ทางแพทย์และพยาบาลได้ช่วย CPR ฟื้นคืนชีพของเด็กอยู่ประมาณ 40 นาที เราจึงส่งร่างของเด็กไปตรวจโครโมโซมโดยผ่าชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอผลตรวจ

keyboard_arrow_up