โต้กันอุตลุด!รุ่นพี่ม.ศิลปากรปัดรับน้องสั่งแก้ผ้า อีกฝ่ายยันเปลือยจริง-บุกส้วมพิสูจน์ปมถูสบู่ (คลิป)

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก Anti Sotus ได้นำเรื่องราวกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ถูกรุ่นพี่รับน้องด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการต่อว่าด้วยคำหยาบคาย การให้รุ่นน้องผู้ชายจับอวัยวะเพศของรุ่นพี่ รวมถึงการสั่งให้รุ่นน้องสำเร็จความใคร่ให้เพื่อน ซึ่งทำให้คนที่เห็นข้อความ แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางต่างๆ โดยวานนี้ (17 ก.ย. 60) นายเบส (นามสมมติ) หนึ่งในนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ได้ออกมาเปิดเผยว่า เคยถูกรุ่นพี่นำมือของตนไปจับอวัยวะเพศของรุ่นพี่ชาย รวมถึงมีการใช้สายชำระอาบน้ำให้กับรุ่นน้องนั้น

ล่าสุด วันนี้ (18 ก.ย.) ทีมข่าวได้เดินทางไปยัง คณะจิตรกรรม ของมหาวิทยาลัยศิลปากร จากคำบอกเล่าของนายเบส (นามสมมติ) ระบุว่าถูกนำมาอาบน้ำที่บริเวณชั้น 2 ในห้องน้ำหญิง ซึ่งทีมข่าวเดินทางไปที่ชั้น 2 ของอาคาร ด้านในสุดจะมีห้องน้ำหญิงและชาย ทีมข่าวเดินสำรวจภายในห้องน้ำหญิง พบว่าภายในมีห้องน้ำอยู่ 4 ห้อง ซึ่งทั้งหมดเป็นห้องส้วม และมีสายชำระอยู่ทุกห้อง เมื่อลองเดินเข้าไปในห้องสุขา พบว่าขนาดห้องน้ำนั้นเล็กมาก รวมถึงมีทางเข้า-ออก เพียงทางเดียว หากมีรุ่นพี่มากกว่า 4 คนอยู่ในห้อง คาดว่าด้านในน่าจะคับแคบเป็นอย่างมาก

ส่วนห้องน้ำชาย พบว่ามีจำนวนห้องสุขามากกว่า ส่วนขนาดและองค์ประกอบอื่นๆ ค่อนข้างคล้ายกับห้องน้ำหญิงทั้งหมด หากรุ่นพี่ใช้น้ำจากสายชำระอาบน้ำให้รุ่นน้องจริง คาดว่าจะสามารถใช้วิธีฉีดใส่ในระยะห่างๆ เพียงเท่านั้น เนื่องจากสายชำระมีความยาวค่อนข้างสั้น

จากนั้นทีมข่าวได้พูดคุยกับรุ่นพี่คณะดังกล่าว ที่เคยผ่านการรับน้องมา โดยทีมข่าวได้พูดคุยทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และสาวประเภท 2

กรณีของนายเกรียงไกร แก้วสุวรรณ นักศึกษาปริญญาโทของคณะจิตรกรรม เป็นสาวประเภท 2 ที่เคยผ่านการรับน้องสมัยเรียนอยู่ระดับปริญญาตรี เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน ตนเป็นอีกคนหนึ่งที่ผ่านการรับน้อง และเข้ารับน้องทุกวันไม่เคยขาด รวมถึงในกรณีการรับน้อง 3 วัน ที่วิทยาเขตนครปฐม ตนก็มาเข้าร่วม

ส่วนตัวมองว่าเป็นวันที่ได้เจอรุ่นพี่ ได้พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิด รวมถึงได้ปรึกษาเรื่องการเรียน ซึ่งยอมรับว่ามีความยากลำบากอยู่ในกิจกรรมบ้าง แต่ตนนั้นรู้สึกว่าด้านดีมีมากกว่า

ทั้งนี้ กรณีเรื่องอาบน้ำ สำหรับตนไม่ได้ไปอาบน้ำรวมกับใคร เพราะรุ่นพี่จะให้สิทธิพิเศษ และให้เกียรติตนมากกว่า โดยแยกห้องอาบน้ำให้ ภายในห้องน้ำจะมีถังและขันเตรียมไว้ให้ ระบุว่าสบายเหมือนอาบน้ำอยู่บ้าน แต่จะถูกรุ่นพี่เร่งในการทำเวลาอาบน้ำเท่านั้น ส่วนตัวมองว่าทุกอย่างมี 2 ด้าน ทั้งดีและไม่ดี แต่มองว่าส่วนที่ดีมีมากกว่า ส่วนไม่ดีก็อาจจะเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะการรับน้องเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งเท่านั้น จุดประสงค์หลักของตน คือการมาเรียน ไม่ใช่แค่มาเข้ากิจกรรมรับน้อง

นายเกรียงไกร แก้วสุวรรณ นักศึกษาปริญญาโท คณะจิตรกรรม

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ น.ส.ธัญวรัตน์ คำจันทร์ นักศึกษาคณะจิตรกรรม ที่อยู่ระหว่างรอรับปริญญา เปิดเผยในฐานะผู้หญิงว่า ส่วนของผู้หญิงจะไม่โหดมากนัก ซึ่งตนเองเข้ากิจกรรมรับน้องทุกครั้ง แต่หากป่วยหรือมีธุระ สามารถลาไม่เข้าร่วมกิจกรรมได้ ซึ่งในตอนนั้นตนยังเป็นห่วงเลยว่า หากตนหยุดรับน้อง เพื่อนๆที่เข้าร่วมกิจกรรมจะถูกลงโทษอะไรหรือไม่ เพราะรุ่นพี่มักหาเหตุผลมาแกล้ง

ส่วนกรณีการเข้ากิจกรรมรับน้อง 3 วันที่วิทยาเขตนครปฐม ตอนนั้นตนได้ยินคนเล่าต่อๆ กันมาว่า เป็นวันรับน้องที่โหดมาก ส่วนตัวตอนนั้นก็กลัว แต่เมื่อได้ร่วมกิจกรรมจริง กลับรู้สึกว่าโหดน้อยกว่าที่คิด แต่จะมีที่ตัวเองไม่ค่อยชอบคือเรื่องการนอนน้อย เพราะรุ่นพี่มักจะมาปลุกกลางดึกเพื่อมาพูดคุยหรือมาทำโทษ ส่วนตัวมองว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ตนจะต้องไปพบเจอตอนเรียน ตอนนั้นดูน่ากลัว แต่ตนคิดว่ารุ่นพี่คงไม่รับน้องตนจนตาย ส่วนใหญ่จะมีเรื่องเหนื่อยในการไปเข้าฐานกิจกรรม รวมถึงเรื่องของสภาพจิตใจมากกว่า

น.ส.ธัญวรัตน์ คำจันทร์ นักศึกษาคณะจิตรกรรม

สำหรับกรณีอาบน้ำของผู้หญิง จะแบ่งกลุ่มแยกกันไปอาบในห้องน้ำ และมีถังกับขันที่ถูกเจาะรูไว้ให้ภายในห้องน้ำ ซึ่งระบุว่าอาบเดี่ยว ไม่อาบรวม สามารถถอดเสื้อผ้าในห้องส่วนตัว แต่จะมีรุ่นพี่มาคอยเร่งตลอด โดยรุ่นพี่ที่ดูแลทั้งหมดเป็นผู้หญิง แม้แต่เพศที่ 3 ก็ไม่มี

ทั้งนี้ยืนยันว่า ฝ่ายหญิงไม่มีกรณีเรื่องล่วงละเมิดทางเพศแน่นอน รวมถึงไม่มีการสั่งให้แก้ผ้า ซึ่งตัวเองได้มีโอกาสมาดูแลรุ่นน้อง ก็จะรู้ว่าต้องป้องกันอะไรบ้าง และที่สำคัญจะมีคำสั่งห้ามแตะตัวรุ่นน้องอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายชายตนไม่ทราบ เพราะการอาบน้ำและนอน จะมีการทำกิจกรรมแยกกัน

ฟิว (นามสมมติ) กำลังคุยกับผู้สื่อข่าว

 

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้พบนักศึกษา ที่มีความคิดอีกด้านหนึ่ง พร้อมระบุว่า ตนไม่เห็นด้วยกับบางกิจกรรมที่มีในวันรับน้อง อย่างนายฟิว (นามสมมติ) เผยว่า ในรุ่นตนรุ่นพี่ให้เตรียมชุดมาร่วมกิจกรรม 3 วันที่วิทยาเขตนครปฐม โดยให้เตรียมชุดนักศึกษา ชุดลำรองสีดำ ยืนยันว่าไม่ใช่เตรียมไปแค่ชุดเดียว ส่วนที่ตนรู้สึกไม่ดีคือการนอน พักผ่อนน้อย เพราะหลับไปได้ไม่นาน จะมีรุ่นพี่มาปลุกให้ตื่น เพื่อไปนั่งพูดคุยข้างล่างอาคาร บอกจะเป็นแบบนี้อยู่ทั้งคืน ตอนนั้นตนไม่กล้าจะขอกลับไปนอน เพราะกลัวและเกรงใจ โดยตนมองว่ามันเป็นเวลาส่วนตัว ซึ่งไม่ควรปลุกมาในเวลานี้

ส่วนกรณีอาบน้ำ ของตนเป็นการอาบน้ำรวม ตอนที่อาบนั้นจะมืดมาก ต่างคนต่างอาบ ในปีของตนเป็นการพาไปอาบน้ำในลานแห่งหนึ่งในอาคาร ปัจจุบันตนยังไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงส่วนไหน แต่จำได้ว่าไม่ได้เข้าไปในห้องน้ำ รุ่นพี่จะเตรียมถังและขันไว้ให้ พร้อมยืนยันว่า รุ่นพี่ไม่ได้มีเจตนาเรื่องเพศ หรือเรื่องอื่นแอบแฝง แต่จะมีการเร่งตลอดเวลา ทำให้ตนอาบน้ำได้ไม่สะอาด ส่วนตัวมองว่าเรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องเร่ง แต่ตอนนั้นก็สามารถผ่านมาได้ เพราะคนอื่นก็ทำกัน ซึ่งยอมรับว่าทุกคนต้องแก้ผ้าทั้งหมด

นศ.รุ่นพี่ที่ดูแลกิจกรรมรับน้องปี 2559

ทั้งนี้ ทีมข่าวยังได้พบกับ 2 นักศึกษารุ่นพี่ ปัจจุบันเรียนอยู่ปี 5 โดยเมื่อปี พ.ศ.2559 ได้มีโอกาสเป็นคนคุมกิจกรรมรับน้องของคณะ ซึ่งจะมีการประชุมกันเสมอ หลังจากจบการรับน้องในแต่ละวันจะมาคุยกันเรื่องปัญหา ตนและเพื่อน พยายามลดความรุนแรงเรื่องเพศ เรื่องการว๊ากน้องให้ลดลง ให้เข้ากับยุคสมัยสังคมในปัจจุบัน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นข่าวแล้วจึงมาแก้ไข แต่เป็นสิ่งที่ตนได้เจอมากับตัวแล้วรู้สึกไม่ชอบ จึงพยายามแก้ไขกิจกรรมนั้น

อย่างเช่นกรณีอาบน้ำ ยืนยันว่าเมื่อปีที่แล้วมีการแบ่งกลุ่ม 5 คน เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำจริง แต่ในห้องน้ำจะมีเพียงน้องปี 1 จำนวน 5 คนเท่านั้น ไม่มีการให้รุ่นพี่อาบน้ำให้ เพราะตนเป็นคนคุมการเข้าห้องน้ำตั้งแต่กลุ่มแรก ถึงกลุ่มสุดท้าย ส่วนเรื่องสายชำระ ส่วนตัวไม่ทราบว่าน้องใช้เองหรือไม่ แต่ในห้องน้ำจะมีการเตรียมถังและขันให้ แต่น้องจะใช้อย่างไรนั้นไม่มีการบังคับ

ส่วนกรณีมีรุ่นพี่ไปว๊ากน้องช่วงนอนหลับ และให้ตื่นมาแก้ผ้านั้นยอมรับว่ามีจริง ตนยอมรับว่าคือความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะมีการสั่งไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า เป็นเพราะมีรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว ซึ่งมาขอขึ้นไปคุยกับรุ่นน้องตามธรรมเนียม ปรากฏว่าเมื่อรุ่นพี่เข้าไปในห้อง ก็ออกคำสั่งให้ปี 1 แก้ผ้า ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เพราะด้วยความเคารพรุ่นพี่ ซึ่งตนในฐานะคนควบคุมกิจกรรมก็ขอยอมรับผิด และยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิด ส่วนตัวมั่นใจว่าในทุกปีจะมีความรุนแรงในการรับน้องที่ลดลงแน่นอน เพราะเกิดจากความไม่ชอบใจในกิจกรรมของรุ่นต่อรุ่นที่ได้รับมา จึงมีความพยายามแก้ไขให้เหมาะสม

 

keyboard_arrow_up