โคโยตี้สาว 17 แฉโมเดลลิ่ง ลวงค้ากาม อึ้ง เจ๊นินิวส่งผับ มี ตร.รอเปิดซิง (คลิป)

จากการที่เพจเฟซบุ๊ก Social Hunter ได้มีการเผยแพร่คลิปโมเดลลิ่งโคโยตี้แห่งหนึ่ง ขณะมีการลงโทษเด็กในสังกัดด้วยการตบหน้า จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดแต่อย่างใด ทางโมเดลลิ่งเองก็เผยว่าการเวียนตบเป็นบทลงโทษ เพราะเด็กแอบเล่นยาเสพติด และแอบคบหากัน ซึ่งถือว่าผิดกฎของบ้าน แต่คลิปเหตุการณ์เป็นคลิปที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 เดือนผ่านมาแล้ว

คุณอัมพร คงมีสุข พี่สาวของอ้อย

ล่าสุด วันนี้ (15 กันยายน 2560) คุณอัมพร คงมีสุข พี่สาวของอ้อย (นามสมมติ) สาวที่ถูกทำร้ายร่างกายภายในคลิป เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการ ต่างคน ต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น.ว่า ตนทราบว่า “อ้อย” น้องสาวของตนทำงานเป็นโคโยตี้ ที่โมเดลลิ่งของนางพรรณวรท ควบคุม หรือ “เจ๊นินิว” เจ้าของโมเดลลิ่ง

ซึ่งมี “ป๋าเกิด” ซึ่งเป็นคนสนิทกับ “เจ๊นินิว” ร่วมดูแลอยู่ด้วย แต่ภายหลังป๊าเกิดได้ถูกดำเนินคดี “เจ๊นินิว” จึงมาดูแลโมเดลลิ่งแทน ซึ่งระหว่างที่ “อ้อย” ทำงานโคโยตี้ก็มีการรับงานอื่นด้วย นั่นคือการออกแขก โดยจะได้เงินค่าตัวประมาณ 5,000 – 8,000 บาท

ส่วนคลิปที่เห็นอยู่ในสังคมออนไลน์ขณะนี้ เป็นคลิปที่ถูกถ่ายตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เพราะ “อ้อย” ได้เล่าเรื่องราวหลังจากถูกตบประมาณ 2 วัน ให้ตนฟังผ่านทางโทรศัพท์ว่า อยากกลับบ้าน ก่อนที่จะร้องไห้ และส่งคลิปมาให้ตนดู ซึ่งตนได้สอบถามน้องว่าทำไมถึงโดนตบ “อ้อย” จึงบอกว่า เพราะตนหยุดงาน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อย่างที่เป็นข่าว เพราะ “อ้อย” บอกว่า เด็กของ “เจ๊นินิว” จะให้น้องของตนไปเอายาเอง และยังบอกอีกว่า คลิปที่มีการถ่ายไว้ จะมีการโพสต์ลงในกลุ่มไลน์ เพื่อเป็นการเตือนให้บุคคลอื่นที่อยู่ในกลุ่มไม่ประพฤติปฏิบัติตาม

ซึ่งตนก็ได้ถาม “อ้อย” ว่าจะทำอย่างไรต่อไป “อ้อย” บอกว่า หลังจากนี้จะรอรับเงินก่อนจึงจะออกจากงาน แล้วจะเดินทางกลับมาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งปัจจุบัน “อ้อย” ได้ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเเล้ว หลังจากนี้ตนก็จะดำเนินการแจ้งความ ไม่ใช่เพียงแค่การทำร้าย แต่มีเรื่องของค้าประเวณีด้วย

น้องอ้อย (นามสมมติ) สาวที่ถูกทำร้ายร่างกาย

ซึ่ง “อ้อย” เผยว่าทำงานกับ “เจ๊นินิว” เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี วันที่โดนตบนั้น สาเหตุมาจากตนโดดงาน ไม่ใช่เรื่องยาเสพติด อย่างที่ “เจ๊นินิว” ออกมาพูด ผู้ที่เล่นยาในโมเดลลิ่งมีจริง เเล้วเป็นเด็กของ “เจ๊นินิว” ที่เล่นยา ภายในโมเดลลิ่งมีเด็กอายุตั้งแต่ 15 – 20 ปีขึ้นไป

ป๋าเกิด

หากถามว่า “ป๋าเกิด” เข้ามายุ่งกับตนหรือไม่นั้น ยอมรับว่าเข้ามายุ่ง แต่ “ป๋าเกิด” จะไม่ยุ่งกับเด็กที่หัวดื้อ หัวรั้น รวมถึง “ป๋าเกิด” ชอบเอาเงินหรือสิ่งของมาล่อใจเด็กในสังกัด เงินที่จะให้มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ส่วนสาเหตุที่ตนออกมาเปิดเผย เพราะคิดว่าทนไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วน น้องมายด์ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี อดีตโคโยตี้ บอกว่า ตนออกจากบ้านของ “เจ๊นินิว” มาได้ประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งภายในโมเดลลิ่ง จะมีแต่ทอมกับผู้หญิงเท่านั้น โดยทอมที่อยู่ในบ้านจะมีหน้าที่รับ-ส่ง โคโยตี้ ซึ่งมีกฎของบ้าน คือห้ามคบทอมที่ทำงาน ห้ามหยุดงานพร้อมกัน ห้ามขโมยของในบ้านโมเดลลิ่ง ถ้าทำผิดกฎจะโดนคนในบ้านตบ ตามในคลิปที่ออกมา

โดยตนทำงานเป็นสาวโคโยตี้ ทำงานทุกวัน เมื่อถึงเวลาประมาณ 18.00 น. จะมีรถออกมารับ ไปส่งตามแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนในกรุงเทพฯ ร้านที่ตนเต้นจะมีเวทีให้โคโยตี้เต้น 2 ฝั่ง คือเวทีเล็กด้านหน้า และด้านบนเวทีใหญ่ของร้าน หากวันไหนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจร้าน ก็จะถามว่าโคโยตี้ที่เต้นอยู่มีเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่หรือไม่ แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ของทางร้านคอยบอกและชี้เป้าว่า คนที่มาในร้านคนไหนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ “ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างหน้า ที่พวกตนกำลังเต้น คนที่โมเดลลิ่งก็จะให้พวกตนไปเต้นบนเวทีแทน แต่ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ใกล้เวทีใหญ่ ตนก็ไปเต้นข้างหน้า” เพื่อที่จะคอยหลีกเลี่ยงในการพบเจอ

หากถามว่ามีการรับแขกหรือไม่นั้น “มายด์” บอกว่า มีคนมาชักชวนตนให้ไปเหมือนกัน แต่ตนไม่อยากไป ส่วนสาเหตุที่ตนออกมาก็เพราะโดนโกงค่าตัว ประมาณ 900 บาท เมื่อตนไปสอบถามคนในบ้าน ทุกคนก็บอกว่าไม่ทราบ ตนจึงตัดสินใจออกมาจากที่ดังกล่าว ส่วนที่ตนเลือกที่จะมาเป็นโคโยตี้ เพราะแม่ตนป่วยเข้าโรงพยาบาล แล้วครอบครัวลำบากจึงเลือกเดินทางเส้นนี้

ทั้งนี้ อยากบอก “เจ๊นินิว” ว่า ทำอะไรก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ซึ่งยอมรับว่ามีเด็กอีกหลายคนอยากออกมาพูด แต่ไม่กล้าเพราะกลัว “เจ๊นินิว” แต่เขาก็เป็นใหญ่ได้แค่ในบ้านหลังดังกล่าวเท่านั้น

ขณะที่ น้องเนม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี อดีตโคโยตี้ เล่าว่า ตนทำงานที่โมเดลลิ่งของ “ป๋าเกิด” ตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี ยอมรับว่า ถ้ามีเด็กเข้ามาอยู่ที่โมเดลลิ่งเเห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือทอม ต้องมีเพศสัมพันธ์กับ “ป๋าเกิด” แต่เด็กบางคนก็ไม่ยอม สำหรับตน “ป๋าเกิด” เคยเรียกเข้าไปภายในห้องแล้วบอก “ให้ถอดเสื้อ ถอดกางเกง” แต่ตนไม่ถอดกางเกง พร้อมอ้างว่าเป็นประจำเดือ

ในด้านของการทำงาน การแต่งกายของโคโยตี้ คือ สวมบิกินี่ซึ่งมีลักษณะเหมือนกางเกงใน และมีพื้นที่ให้เต้นซึ่งมีเสาไว้ให้รูด หากทำงานเสร็จแล้วมีแขกสนใจและสนใจซื้อบริการต่อ ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละคนว่าจะไปกับแขกหรือไม่ ยอมรับว่าตนเคยไปแขกในบางครั้ง ซึ่งค่าตัวประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาจับกุมและตรวจสอบนั้น จะมีท่าทีเข้ามาถามเหมือนจะซื้อบริการทางเพศ และจะหลอกถามว่าอายุเท่าไหร่ เมื่อบอกว่าต่ำกว่า 18 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าดำเนินการจับกุมโดยทันที ทั้งนี้บัตรประชาชนก็เป็นของโมเดลลิ่งจัดหาให้ ซึ่งจะเป็นของคนอื่นที่อยู่ในร้านที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ตนมีหน้าที่จำทั้งชื่อจริง บ้านเลขที่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน และต้องจำด้วยว่าสะกดอย่างไร เพื่อไม่ให้ตำรวจจับได้ แต่ถ้าโดนจับได้ จะมีทอมบอยของทางโมเดลลิ่งเป็นคนไปประกันตัวออกมา

สุดท้าย ทนายเกิดผล แก้วเกิด บอกว่า เรื่องดังกล่าวต้องมีการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องของ “ป๋าเกิด” ต้องมีการตรวจสอบอายุของเด็กในโมเดลลิ่ง พร้อมกับสอบถามเด็กว่า “ถ้าไม่ถูกบังคับ” แล้วอยากได้เงิน “ป๋าเกิด” ก็ไม่ผิด แต่หากกระทำกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี แม้เด็กจะยินยอมก็มีความผิดฐานกระทำชำเรา ส่วนผู้ที่คอยเป็นธุระจัดหาเด็กก็ถือว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์

keyboard_arrow_up