หัวอกแม่สุดเจ็บ ลูกต้องคดีรุมโทรมเด็ก 14 ท้อไร้เงินประกัน เชื่อมั่น ลูกเป็นคนดี (คลิป)

วันนี้ (14 ก.ย. 60) มารดาของ นายธวัชชัย เถากู หรือ “ยูนุส” อายุ 34 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดีรุมโทรมเด็ก 14 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนเดียวที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากญาติไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอสำหรับยื่นขอประกันตัว เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ทั้งน้ำตาว่า หัวอกคนเป็นแม่ทุกข์ใจที่สุด เพราะจนปัญญา ที่จะหาเงินมาประกันตัวลูกชาย

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์มารดาของนายธวัชชัย เถากู หรือ ยูนุส

มารดาของ “ยูนุส” เปิดเผยความรู้สึกว่า ตกใจมากเมื่อรู้ว่าลูกชายเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้ หลังจากมีรายชื่ออยู่ใน 5 คนตามหมายจับของศาลจังหวัดพังงา ซึ่งลูกชายบอกว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงนะมะ เราไม่ได้ทำผิด” ทั้งยังบอกอีกว่าไม่ต้องกลัว แต่ตนก็ไม่รู้ว่า ทำไมเรื่องราวทั้งหมดถึงกลับกลายมาเป็นแบบนี้

หัวอกแม่คือพูดไม่ออก ยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะลูกชาย 2 คนต้องติดคุก โดยคนแรกถูกดำเนินคดีข้อหายาเสพติด ซึ่งรายนั้นทำผิดจริง ก็ต้องปล่อยให้รับโทษทางกฎหมาย ส่วนอีกคนก็คือ “ยูนุส” ที่เพิ่งถูกจับกุมคดีรุมโทรมเด็ก 14 ปี อย่างไรก็ตามมารดาของ “ยูนุส” ยังมีความหวังว่า ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินว่าลูกกระทำความผิดจริง ก็อยากให้ลูกชายได้รับการประกันตัวออกมา เหมือนผู้ต้องหารายอื่นๆ เพราะรู้ว่าในเรือนจำมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก ได้แต่เป็นห่วงเพราะเงินจะให้ลูกซื้อของกินในเรือนจำก็ยังไม่มี ลำพังตนเองก็แทบจะอดมื้อกินมื้ออยู่แล้ว

มารดาของยูนูส ที่ทำอาชีพรับจ้างม้วนใบจาก

ขณะนี้ตนเองเดือดร้อนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เนื่องจากที่ผ่านมาตนกับลูกสะใภ้ ได้วิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่น มาประกันตัว แต่ยังหาไม่ได้ เพราะต้องใช้เงินประกันตัวจำนวน 60,000 บาท ถ้าเป็นหลักทรัพย์ ต้องมีมูลค่า 460,000 บาท ซึ่งตนเป็นคนหาเช้ากินค่ำ มีอาชีพรับจ้างม้วนใบจาก มีรายได้เพียงวันละ 40-50 บาท ไม่มีเงินถึงขนาดที่บ้านยังถูกตัดไฟฟ้า มานานกว่า 2 เดือน ต้องใช้ตะเกียงแทน จะไปเอาเงินมาประกันตัวลูกชาย

มารดาของ “ยูนุส” เปิดใจอีกว่า เมื่อบากหน้าไปยืมเงินคนอื่น เขาก็ไม่ให้ แม้แต่ไปยืมเงินใช้ 100-200 บาน ก็ไม่มีใครให้ เพราะคงเห็นว่าตนมีฐานะยากจน หากให้ยืมเงิน ก็คงไม่มีปัญญาไปใช้หนี้เขา อย่างไรก็ตามตนเองก็ไม่รู้ว่า เหตุผลที่ถูกปฏิเสธ จะเป็นเพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นกับลูกชายด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ยอมรับว่า ตนเองเครียดมาก แม้กินยานอนหลับ แต่ทุกคืนก็ยังนอนไม่หลับ ในหัวคิดวกไปวนมา แต่เรื่องลูกชาย เครียดจนกินข้าวปลาไม่ลง “จะกินได้อย่างไร เพราะรู้อยู่เต็มอกว่า ลูกถูกขังลำบากอยู่ในเรือนจำ” ส่วนเวลาเดินทางไปเยี่ยมได้แต่ไปดูเฉยๆ ไปเยี่ยมบ่อยครั้งก็ไม่ได้ เพราะไม่มีค่ารถจะเดินทางไป แถมตนเองก็ยังมีโรคประจำตัวอีกด้วย ทำงานหนักไม่ได้

บ้านมารดายูนูส

ขณะเดียวกันอยากบอกว่า ตนทุกข์ใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายพ่อเลี้ยงของ เด็ก 14 ปี เป็นน้องชาย ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหาก็เป็นลูกชาย ตนเองเป็นคนกลางไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อถามความจริงกับลูกชาย เขาก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

มารดา “ยูนุส” ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้ไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจาก กองทุนยุติธรรมจังหวัดพังงา ให้ช่วยช่วยประกันตัวลูกชายออกมา แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ระหว่างนี้ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกชายได้รับการช่วยเหลือ เพราะตนเองคงไม่มีปัญญาช่วยลูก

ส่วนความสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้าน ขณะนี้ยอมรับว่า ตนเองพูดคุยกับญาติพี่น้อง 4-5 คน เท่านั้น ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าพบเจอใคร หรือแม้แต่พบกับนักข่าว ตนเองก็จะวิ่งหนี เพราะเครียดจนทำให้ไม่อยากคุย และเจอหน้ากับใคร

keyboard_arrow_up