เดือดร้อนหนัก! เหยื่อ ‘น้องพร’ วอนผู้มีอำนาจช่วยเหลือตามเงินคืน (คลิป)

จากกรณีน้องพร, น้ำมนต์ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ สาวหลอกแต่งงานกับชายหนุ่ม มีผู้เสียหาย 13 คน แต่น้องพรยืนยันว่าแต่งงานด้วยเพียง 7 คน ที่เหลือเป็นเพียงการฉ้อโกงทางธุรกิจนั้น

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของเหยื่อ คือนายไพรัช พึ่งสุข ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งทางครอบครัวนายไพรัชเองก็ได้รับความลำบาก เนื่องจากค่าสินสอดจำนวน 1.8 แสนบาท พร้อมทองคำหนัก 4 บาท ทางพ่อและแม่ของนายไพรัชได้ไปกู้มาและต้องเป็นหนี้

นายบุญเลิศ พึ่งสุข ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า น้องพรหลอกว่าเงินสินสอดดังกล่าว จะนำไปลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้ แต่หลังจากแต่งงานได้เพียง 1 วันก็บอกให้เจ้าบ่าว คือนายไพรัช กลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่เพชรบูรณ์ ก่อนที่น้องพรจะตามมาที่บ้านและเอาเงินสินสอดและรถยนต์ ไฮลักซ์ วีโก้ ของตนไป บอกจะเอาไปรับผลไม้ที่สวน โดยมีนายไพรัชโดยสารไปด้วย แต่เมื่อถึงสวนผลไม้ น้องพรกลับบอกให้นายไพรัชนั่งรถโดยสารกลับมาก่อน และขับรถยนต์หลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มารู้ตัวอีกทีเมื่อมีข่าวเรื่องฉ้อโกงออกมาแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามเงินมาคืนให้ทางครอบครัว เนื่องจากตอนนี้เดือดร้อนและเครียดมาก

นอกจากทางพ่อแม่ของนายไพรัชแล้ว น้องพรยังได้หลอกนางไพริน พึ่งสุข ผู้เป็นญาตินายไพรัชด้วยว่า ได้มีแผงขายผลไม้อยู่ที่จ.พิษณุโลก จะให้เช่าต่อในราคา 1.2 แสนบาท และได้ตกลงทำสัญญาจ่ายเงินกันเรียบร้อย แต่เมื่อถึงวันที่ตกลงกันว่าจะไปดูแผงขายผลไม้ที่จ.พิษณุโลก กลับไม่สามารถติดต่อน้องพรได้ โดยระบุว่า เงินจำนวน 1.2 แสนบ้านที่นำไปเซ้งแผงผลไม้ เป็นเงินที่ทางมารดาของนางไพรินเก็บมาทั้งชีวิต ตั้งใจจะนำไปใช้ในช่วงบั้นปลาย แต่เห็นว่าลูกสาวอยากลงทุนทำธุรกิจจึงได้มอบให้ ไม่คิดว่าจะถูกหลอก

ทั้งนี้เชื่อว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกำลังทยอยเข้ามาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม และต้องติดตามกันต่อไปว่าคดีนี้ น้องพรวางแผนดำเนินการด้วยตัวเองเพียงคนเดียว หรือทางพ่อแม่ และนางสาวสร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ มีส่วนรู้เห็นด้วย แล้วจะมีการชดใช้กับเหยื่อผู้เสียหายอย่างไร เพราะทรัพย์สินที่โกงมานั้นมีมูลค่ารวมกันหลายล้านบาท

 

keyboard_arrow_up