โหดกับสัตว์! ร้านปลากัดแฉ นศ.เเพทย์ซื้อปลาจับตากแดดตายเรียกเงิน ฉะอย่าอ้างป่วย สุดสะเทือนใจ! (คลิป)

หลังจากมีนักศึกษาแพทย์รายหนึ่งวางยาสุนัขจนเสียชีวิต เพื่อหวังเอาเงินประกันจากบริษัทที่ให้บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง ซึ่งต่อมาพบว่ามีประชาชนอีกหลายรายออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อ โดยต่างระบุว่า ถูกนักศึกษาแพทย์รายนี้กระทำในลักษณะฉ้อโกง

นายไพโรจน์ ได้สาธิตวิธีการขนส่งสุนัขภายในรถ

ล่าสุด วันนี้ (12 ก.ย.60) นายไพโรจน์ สมศรี อายุ 41 ปี พนักงานขับรถบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพบกับ ร.ต.อ.สมเกียรติ กล้ากระโทก พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง และให้ปากคำเกี่ยวกับคดีทารุณกรรมสัตว์ ที่ทางปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา แจ้งความร้องทุกข์นักศึกษาแพทย์วางยาสุนัขเสียชีวิตเรียกเงินค่าประกัน เบื้องต้นนายไพโรจน์ เปิดเผยว่า ที่เดินทางมา เพราะทาง สภ.โพธิ์กลาง นัดมาสอบปากคำ คดีทารุณกรรมสัตว์ ที่ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา แจ้งความร้องทุกข์ไว้เท่านั้น นอกจากนี้นายไพโรจน์ก็ได้สาธิตขณะที่ตนขับรถขณะที่จะเดินทางไปส่งสุนัข

ขณะที่ นายภูริ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านปลากัดสวยงาม เปิดเผยว่า เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกนักศึกษาแพทย์รายนี้ฉ้อโกง โดยเล่าว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวได้ส่งข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อขอซื้อปลากัดสวยงาม เรียกกันว่า “โค่ย กาแล็คซี่” สายพันธุ์นำเข้าจากอินโดนีเซีย จำนวน 2 ตัวโดยได้ประกาศราคาขายตัวละ 2,900 บาท แต่ถูกต่อรองราคาจนเหลือตัวละ 2,000 บาทและให้ส่งปลาไปที่โคราช หลังจากตกลงซื้อขายเรียบร้อย นักศึกษาแพทย์จึงได้โอนเงินมาให้ 4,000 บาทครบจำนวน

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์นายภูริ เจ้าของร้านปลากัดสวยงาม

นายภูริ เล่าต่อว่า ขณะนั้นนักศึกษาแพทย์บอกว่า ยังไม่ต้องจัดส่งปลาให้จนกว่าจะบอกให้ส่ง แต่ให้ถ่ายรูปปลาส่งไปให้เขาก่อน หลังจากนั้นประมาณ 2 วัน มีลูกค้าคนอื่นที่จำปลาของร้านได้ ส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาบอกนักศึกษาว่า นักศึกษาแพทย์นำภาพปลากัดของตนเพื่อไปประมูลปลาสวยงาม ได้ราคาต่ำกว่าทุน คือตัวละประมาณ 800 บาท ซึ่งตนมองว่าเป็นสิทธิ์ของเขา ถึงแม้ว่าจะประมูลราคาได้สูงหรือต่ำกว่าก็ตาม เพราะได้ตกลงซื้อขายกันแล้ว

ต่อมา นักศึกษาแพทย์รายนี้ส่งข้อความกลับมาทางเฟซบุ๊กอีกครั้ง บอกว่าจะขอเงินคืน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไป เพราะได้ตกลงซื้อขายกันแล้ว และบอกนักศึกษาแพทย์ไปด้วยว่า ตนรู้ว่าเขานำปลาไปประมูลและได้ราคาต่ำกว่า จึงจะขอเงินคืน นักศึกษาแพทย์จึงยอม และให้ตนส่งปลาไปให้ แต่ระหว่างนั้นเขามักจะถามย้ำอยู่เสมอว่า “ถ้าปลาตายจะคืนเงินไหม” ตนได้รับประกันไปว่า ไม่ตายแน่นอน เพราะขายปลามานานเกือบ 20 ปี ส่งไปให้ลูกค้าไม่เคยตาย

หลังจากนั้นปรากฎว่านักศึกษาแพทย์ได้ส่งภาพปลาที่ตายแล้วมาบอกเพื่อจะขอเงินคืน ตนจึงตอบข้อความกลับไปประมาณว่า “ผมรู้อยู่แล้วว่าน้องหัวหมอ ตั้งแต่เอารูปปลาไปประมูลแล้วไม่ได้เงินอย่างที่คิด นี่ต้องการเอาเงินคืนใช่ไหม ถึงได้เอาปลาไปตาย”

โดยนายภูริอธิบายว่า ภาพปลาตายที่เขาส่งกลับมานั้นมีอาการเหงือกแล่บออกมา คนในวงการปลากัดจะรู้ว่าเหมือนเอาปลาไปวางตากแดดให้ตาย เป็นไปไม่ได้ที่จะตายเพราะอากาศร้อนตอนขนส่ง เพราะตนแพ็คใส่ถุงอย่างดีหลายชั้น พร้อมห่อด้วยใบตอง มีน้ำหล่อเย็น และใส่กล่องโฟม อีกทั้งปลากัดยังเป็นปลาที่แข็งแรง สามารถอยู่แบบนั้นได้นาน 3-4 วัน ที่ผ่านมาตนเคยส่งไปขายต่างประเทศมาแล้วก็ยังไม่เคยมีปัญหาอะไร

สาธิตวิธีการบรรจุปลาใส่ถุงก่อนนำส่ง

ทั้งนี้เพื่อตัดความรำคาญ นายภูริ จึงตัดสินใจโอนเงินคืนให้ทั้งหมด และเคยนำเรื่องราวโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อเตือนไม่ให้คนอื่นซื้อขายกับนักศึกษารายนี้ แต่ก็ตัดสินใจลบไปเพราะไม่อยากเสียชื่อ ก่อนที่จะมาพบว่านักศึกษารายนี้สร้างปัญหาไว้อีก ด้วยความโมโห เมื่อวานนี้ได้ตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊กอีกครั้ง ก่อนจะลบในเวลาต่อมา เนื่องจากมีคนติดต่อมาพูดคุยสอบถามจนรู้สึกวุ่นวาย

อย่างไรก็ตาม นายภูริไม่เชื่อว่า นักศึกษาแพทย์รายนี้จะมีภาวะป่วยทางจิตเวช เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำล้วนมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการวางแผนไว้ก่อนและต่อรองทุกอย่าง

“เด็กคนนี้ทำทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่ยอมขาดทุน ผมไม่รู้ว่าเขาดูหนังมากไปหรือเปล่า เหมือนคนขี้โกงมากว่า เขาคิดว่าคนบางคนโง่ แต่ไม่ได้โง่ เพราะตัดความรำคาญมากกว่า” นายภูริกล่าว

ทั้งนี้ ตนไม่คิดจะแจ้งความ เพราะหลักฐานข้อความแชทตนได้ลบไปหมดแล้ว และตอนนี้ไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักศึกษาแพทย์รายนี้ ปล่อยให้สังคมเป็นคนลงโทษเขาเอง คนแบบนี้ไม่ไหว เขาต้องได้รับบทเรียน และได้รับโทษจากคดีอื่น ๆ ที่ก่อไว้ อย่าอ้างว่าเป็นคนไม่ปกติ

keyboard_arrow_up