หมายเรียก นศ.แพทย์วางยาฆ่าหมา ตร.เผยมีหลักฐานชัดคดีพยายามฉ้อโกง ถึงไม่ได้เงินแต่ความผิดสำเร็จแล้ว

จากกรณีนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยชื่อดังถูกกล่าวหาเรื่องวางยาฆ่าสุนัขเพื่อเอาเงินประกันบริษัทขนส่ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 60 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว โดยหมายเรียกกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดยหมายเรียก จะถูกส่งทางไปรษณีย์ ไปยังที่อยู่ตามภูมิลำเนาในบัตรประชาชนของนักศึกษาแพทย์ คือที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ขณะเดียวกันจะส่งหมายเรียกไปยังคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกทางหนึ่งด้วย

พ.ต.อ.เติมเผ่า เผยด้วยว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนในคดีพยายามฉ้อโกง เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ ได้พยายามกระทำการหลอกลวงบริษัทขนส่ง H.S.K.Express ไปแล้ว แม้จะไม่ได้เงินแต่ถือว่ากระทำผิดสำเร็จ อีกทั้งก่อนหน้านี้ตำรวจก็ได้สอบปากคำพยาน ทั้งเจ้าของฟาร์มสุนัข, บริษัทขนส่ง, คนขับรถ รวม 5 ปาก ถือว่าครบถ้วน เชื่อว่ามีน้ำหนักเพียงพอในการดำเนินคดี

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวมีอาการป่วยทางจิต สามารถนำมาเป็นข้อต่อสู้ได้ แต่ต้องส่งตัวให้จิตแพทย์ทำการตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง เพื่อความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้หากนักศึกษาแพทย์มาตามหมายเรียก จะพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ตามหลักกฎหมายโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์

สำหรับการดำเนินคดีในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ กรณีกลุ่ม Watchdog Thailand เข้าแจ้งความ ต้องให้เวลาพนักงานสอบสวน ตรวจสอบประวัติพนักงานโรงแรมก่อน เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ที่อาจเห็นพฤติกรรมขณะป้อนยาให้สุนัข หรือเห็นเม็ดยาตกหล่นอยู่ภายในห้องพัก เนื่องจากพยานส่วนอื่น ๆ เช่น ผลการชันสูตรสาเหตุการตายไม่มี เพราะได้เผาไปแล้ว

ส่วนความคืบหน้าคดีที่ทาง จ.นครราชสีมา วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.พิชัย เชิดชู รอง ผกก.สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยว่า พนักงานขับรถบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในเหตุการณ์ จะเข้ามาสอบปากคำวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องคดีนั้น ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับใคร เพราะก็ต้องมีการรวบรวมหลักฐาน และเรียกตัวพยานมาสอบปากคำอย่างครบถ้วนก่อน ส่วนยาที่ทางโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท ผ่าได้จากกระเพาะสุนัข ได้นำส่งไปให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา เพื่อทำการตรวจสอบว่าเป็นยาชนิดใด

ด้าน นายบรรจง กิติรัตน์ตระการ ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตามหลักแม้ว่าตัวยาจะอยู่ในกระเพาะอาหารของสุนัขแต่ก็ยังเป็นเม็ดอยู่ จึงสามารถตรวจสอบได้ จะช้าหรือเร็วก็ไม่มีผลกระทบกับการตรวจวิเคราะห์ แต่ปกติจะใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์ประมาณ 7 วัน ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ รพ.ศิริราช ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิล ได้ร่วมกับผู้บริหารคณะ ได้สอบสวนข้อเท็จจริงนักศึกษาที่วางยาฆ่าสุนัขเพื่อหวังเงินประกัน โดยเบื้องต้นจะสอบในประเด็นเรื่องจริยธรรมและกฎหมาย พร้อมกับมีการสอบถามพ่อแม่ของนักศึกษา โดยจะจะมีการแถลงข่าวเวลา 16.30 น.

keyboard_arrow_up