ฟาร์มแฉ นศ.แพทย์แสบ ซื้อหมาไปตายแต่ปากแข็งขอซื้ออีก ไปสังเวยเพิ่มอีกศพ (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jakkarin Riangngoen ได้โพสต์ภาพพร้อมอธิบายถึงเรื่องราวกรณีที่มีนักศึกษาแพทย์นำร่างสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนมาให้ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อเรียกรับเงินประกันการเดินทาง แต่หลังการตรวจพบสุนัขได้รับยาเกินขนาด ซึ่งทีมข่าวได้เคยนำเสนอว่านักศึกษาแพทย์รายนี้ เคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.60

คุณเกรทเจ้าของฟาร์มสุนัข

ล่าสุด วันนี้ (10ก.ย.60) คุณเกรท เจ้าของฟาร์มสุนัขที่นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวซื้อไปเลี้ยง เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี โดยเผยว่าจนถึงตอนนี้ยังน้ำตาซึมทุกครั้งที่นึกถึง เจ้าซีซ่า สุนัขที่ตายไป ซึ่งคุณแม่ตนอาการหนักยิ่งกว่า สภาพจิตใจแย่มาก เอาแต่ร้องไห้เพราะท่านเป็นคนเลี้ยง “ซีซ่า” มากับมือตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ เห็นอะไรเกี่ยวกับสุนัขก็จะรู้สึกผิด จนต้องให้พี่สาวมาอยู่เป็นเพื่อน ส่วนตัวตนไม่คิดว่าคนที่จะเป็นหมอในอนาคตซื้อหมาเพื่อไปฆ่า

คุณเกรท เล่าว่านักศึกษาแพทย์คนนี้ซื้อสุนัขจากฟาร์มไป 2 ตัว ตัวแรกซื้อไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค เป็นเพศผู้อายุ 7 เดือน ตอนนั้นบอกว่าขอสุนัขเอาแค่พอไปเลี้ยง ขอตัวที่ราคาไม่แพง เขาอ้างว่ามีงบแค่ 40,000 บาท สุดท้ายก็ขายไปในราคา 7,500 บาท แต่นักศึกษาแพทย์รายนี้โอนเงินมาให้ 40,000 บาท ตนก็ต้องโอนเงินกลับคืนไป 32,500 บาท ตนก็ไม่คิดอะไร คิดว่าเขาคงมีเหตุผลส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะเห็นว่าเป็นหมอ น่าเชื่อถือ

หลังจากนั้น 1 เดือน นักศึกษาแพทย์ก็กลับมาซื้อตัวที่ 2 คือ “ซีซ่า” เพศผู้เช่นเดียวกัน ตนก็ยังถามถึงสุนัขตัวแรกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาก็บอกว่าซนดี แต่อยากได้ซนกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่าขอตัวที่ถูกที่สุด ก็ยังถามกลับไปว่ามีงบหลักหมื่นแบบนี้ สามารถซื้อสุนัขเกรดดีได้เลย ทำไมต้องการสุนัขราคาถูก นักศึกษาแพทย์ก็บอกว่าจะเอาไปฝึกเลี้ยง ตนก็เลยไม่ได้สงสัยอะไร สรุปตกลงขายไปในราคา 6,500 บาท โดยนักศึกษาแพทย์กำชับตนว่า ถ้าใครโทรมาถามให้บอกว่า สุนัขที่ซื้อไปเป็นเกรดประกวด และยังกำชับว่าถ้ามีคนโทรมาถามว่าสุนัขรับประกันสุขภาพหรือไม่ ให้บอกว่า “ไม่รับประกันสุขภาพ” ตอนนั้นตนก็งงว่าทำไม เพราะสุนัขทุกตัวที่ขายจะรับประกันสุขภาพ 2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน

นักศึกษาแพทย์ที่ซื้อสุนัขจากเจ้าของฟาร์ม

แล้ววันที่ตนนำสุนัขตัวที่ 2 ไปส่งแถวจตุจักร ปรากฎว่านักศึกษาแพทย์อ้างว่า เรื่องเงินมีปัญหาติดขัด และให้ตนถอนเงินสดออกมาให้ เพื่อโอนเงินมาให้ตน 50,000 บาท ซึ่งวันนั้นไปรอนานมาก และรีบด้วยเลยยอมทำตาม จากนั้นนักศึกษาแพทย์ก็จ่ายเงินสดค่าหมาให้ 6,000 บาท หลังจากนั้นได้สอบถามไปว่าหมาตัวที่ 2 เป็นอย่างไรบ้าง นักศึกษาแพทย์ก็บอกว่าตายแล้ว เนื่องจากคนขับรถบริษัทขนส่งหมา แอบเอายาเมารถให้กินเกินขนาดจนทำให้หัวใจหยุดเต้น ตอนนั้นไม่เชื่อเพราะสุนัขไม่มีอาการเมารถ แต่ไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจน ตนยังบอกให้เขาเอาเรื่องให้ถึงที่สุด อย่ายอม พอรู้ว่าสุนัขตาย ก็นั่งร้องไห้ และมารู้ทีหลังว่าสุนัขตัวแรกที่ซื้อจากตนไป ก็ตายในลักษณะเดียวกัน แต่ตอนนั้นหมาตายหลังขนส่งเสร็จ 1 ชม. ทำให้เขาชวดเงินประกัน นึกไม่ถึงว่าจะทำแบบนี้ คิดว่าคงมีปัญหาทางจิต เพราะคนปกติคงไม่มีใครทำแบบนี้

คุณเกรท บอกอีกว่า ทุกวันนี้เห็นข่าว เห็นภาพก็ยังร้องไห้ นอนไม่หลับ รู้สึกแย่มาก ไม่รู้จิตใจเขาทำด้วยอะไร เขากำลังจะเป็นหมอ ตนพยายามติดต่อไป โทรหาแต่ไม่รับ ก็แชทไลน์ไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำแบบนี้ได้อย่างไรเขาอ่านแต่ไม่ตอบ สุดท้ายอยากจะถามเขาว่า “เงิน 50,000 กับชีวิตน้องหมา และอนาคตตัวเองมันคุ้มหรือไม่ แล้วคุณจะเป็นหมอในอนาคต คุณจะไปเป็นหมอแบบไหน เมื่อเห็นแก่เงิน” อย่างไรก็ตามวันนี้ ตนเดินทางไปที่ สน.สุทธสารด้วย เพื่อร่วมให้ปากคำ ในฐานะพยานประกอบหลักฐาน โดยเพื่อนๆของนักศึกษาแพทย์บอกว่า ตอนที่นักศึกษาแพทย์เรียนปี 6 นั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็มีการให้น้องพักการเรียน เพื่อไปรักษาตัวก่อน

keyboard_arrow_up