พี่สาวพ่อเลี้ยงเด็ก 14 ซัดพวกเกาะแรดโยนบาป ถามเรื่องฉาวในอดีต 30 ปีทำไมปิดปากไม่พูด (คลิป)

ความคืบหน้า วันที่ 10 กันยายน 2560 บรรยากาศที่บ้านเกาะแรด หมู่ที่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา หลังจากมีการออกหมายจับ 5 ต้องหาใหม่ และ 3 ผู้ต้องหาเก่า ซึ่งได้มีการควบคุมตัว 5 ผู้ต้องหาใหม่ ประกอบด้วย นายเฉลิม สามิน หรือหวาบำ อายุ 69 ปี นายสุชีพ สุเมนร์ หรือหวาเดช อายุ 55 ปี นายนัฐวุฒิ บุตร์น้อย หรือ การีม อายุ 27 ปี นายกีรติ สุเมนร์ หรืออาหมาด อายุ 30 ปี และ นายธวัชชัย เถากู หรือ ยูนุส อายุ 34 ปี ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดพังงา และสุดท้ายชาวบ้านได้ช่วยกันรวบรวมเงิน เพื่อขอยื่นประกันตัวผู้ต้องหาสูงอายุ 2 คนออกมาก่อน ในวงเงินประกันคนละ 460,000 บาท และศาลก็ได้อนุญาตให้ประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ ชาวบ้านจะไปรวบรวมเงินเพื่อมาขอยื่นประกันตัวอีกครั้งในวันจันทร์นี้ (11 ก.ย.)

บรรยากาศภายในชุมชนเกาะแรด

ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นวันหยุด และวันพักผ่อนของชาวบ้าน แต่บรรยากาศไม่คึกคัก เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีชาวบ้านออกมาจับกลุ่มพูดคุยกัน ร้านกาแฟของหมู่บ้าน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสภากาแฟ ปกติจะมีชาวบ้านมานั่งรวมตัวกัน จิบน้ำชา กินกาแฟ ตั้งแต่เช้าตรู่ แต่วันนี้ไม่มีชาวบ้านมานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเลยแม้แต่คนเดียว

เช่นเดียวกับที่ศาลาริมหาดของหมู่บ้าน ก็ไม่มีชาวบ้านออกมานั่งคุยกัน จากปกติที่ตรงนี้จะเป็นจุดที่ชาวบ้านมักจะออกมาพูดคุยกันถึงสารทุกข์สุกดิบ แต่วันนี้ไม่มีชาวบ้านออกมารวมตัวกัน

ศาลาริมหาดบริเวณหมู่บ้าน

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับพี่สาวของพ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคนที่สนิทกับพ่อเลี้ยงมากที่สุดในครอบครัว โดยพี่สาวพ่อเลี้ยงได้เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อนว่า ขณะนั้นตนอายุประมาณ 15-16 ปี วันนั้นหมู่บ้านมีงานแต่งงานของคนในหมู่บ้าน ตนก็ไปช่วยงาน พอถึงเวลาช่วงค่ำๆ ก็นั่งคุยนั่งเล่นอยู่กับแฟน ซึ่งถัดออกไปประมาณไม่ถึง 10 เมตร ก็มีกลุ่มผู้ชายทั้งในและนอกหมู่บ้าน นั่งจับกลุ่มคุยกัน ตอนนั้นไม่ได้มีใครมาพูดจาแทะโลมตนแต่อย่างใด พอเช้าวันรุ่งขึ้น ตนก็ทราบข่าวว่า มีผู้หญิงจากนอกหมู่บ้านที่เข้ามาในหมู่บ้านเคราะห์ร้าย โดนผู้ชายทั้งในและนอกหมู่บ้าน ประมาณ 4-6 คน รุมโทรม แต่ไม่ทราบว่าผู้ชายถูกดำเนินคดีหรือไม่ แต่ผู้หญิงเคราะห์ร้ายถูกจับให้แต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่ก่อเหตุรุมโทรม ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ที่ไหน คนในหมู่บ้านก็คงพยายามลืมว่าเคยเกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

พี่สาวของพ่อเลี้ยง

เมื่อถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าแม่ของเด็กวัย 14 และพ่อเลี้ยงได้ออกมาแจ้งความว่ามีชาย 40 คนในหมู่บ้านข่มขืนหลานนั้น พี่สาวพ่อเลี้ยง บอกว่า ตอนแรกตนไม่รู้ แต่หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงมาปรึกษาว่ายังมีคนที่กระทำอีก แล้วจะแจ้งความต่อดีไหม เพราะถ้าหากแจ้งความ ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ตนก็บอกกับน้องชายว่า ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็แจ้งความไป ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นภัยต่อสังคม ส่วนที่ว่าหลานจะโดนชาย 40 คนในหมู่บ้านข่มขืนจริงหรือไม่ ตนไม่ขอพูด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ มีผู้ต้องหา 2 ราย เป็นญาติของพ่อเลี้ยง คืออีชา และยูนุส ซึ่งก็เป็นหลานของตนและพ่อเลี้ยง พวกเขาจะทำจริงหรือไม่ ตนก็ไม่ยืนยัน แต่ถ้าหากทำผิดจริง ถึงแม้จะเป็นญาติกัน ก็จะไม่ปกป้อง ต้องได้รับโทษเช่นกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการออกมาให้สัมภาษณ์ พี่สาวของพ่อเลี้ยงก็หยุดพูด และร้องไห้ ก่อนจะพูดต่อด้วยสายตาที่เจ็บช้ำว่าเพราะตนดูข่าว และเห็นว่าชาวบ้านพยายามจะโยนบาปมาให้น้องชายของตน พยายามจะใส่ร้ายว่าน้องชายตนมีอะไรกับลูกเลี้ยง ซึ่งไม่เป็นความจริง น้องชายของตนสนิทกับลูกก็เป็นธรรมดา และเป็นคนที่รักเด็ก อ่อนโยน คำพูดของชาวบ้านที่ทำให้ตนเจ็บปวด ก็คือ พวกเขาเป็นคนเกาะแรด ตนก็คนเกาะแรดเหมือนกัน ไม่ได้อยากทำให้เสียชื่อเสียง แต่ทำไมทุกคนถึงพยายามปกป้องคนผิด ตนมองว่าการที่ออกมาพูดแบบนี้ มันทำให้เสียชื่อเสียงของหมู่บ้านกว่าเดิมอีก คนทำผิดไม่มีใครที่ไหนหรอกที่จะยอมรับผิด หากไม่มีหลักฐานมัดตัว ตอนนี้ที่ตนทนไม่ไหว ต้องออกมาพูดแล้ว ก็เพราะว่าตนต้องออกมาปกป้องน้องชายแล้ว

พ่อเลี้ยงเด็ก 14

โดยเรื่องที่ชาวบ้านบอกว่าครอบครัวของพ่อเลี้ยง ไม่ค่อยไปสุงสิงกับชาวบ้าน ไปไหนก็มักจะไปด้วยกัน พี่สาวของพ่อเลี้ยง บอกว่า ไม่เพียงแต่ครอบครัวของพ่อเลี้ยง ครอบครัวของตน รวมถึงญาติพี่น้องอีก 6 หลังคาเรือนที่อยู่ติดๆกัน ก็ไม่เคยมีใครไปสุงสิงกับคนในหมู่บ้าน เนื่องจากก็ต่างคนต่างทำมาหากิน และครอบครัวของตนมักจะโดนคนในหมู่บ้านรังแก มาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อของตนแล้ว เช่น กระชังที่ทำไว้ในทะเล ปลาที่เลี้ยงไว้ก็ถูกขโมย อวนที่ไปลากปู ก็หายไปหมด เครื่องมืออุปกรณ์ทำมาหากินก็ถูกขโมย ครอบครัวก็ไม่ได้ออกมาเรียกร้อง ถึงแม้จะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคนในหมู่บ้าน เพราะไม่ได้อยากขัดแย้งกับใคร ที่นี่เป็นบ้านเกิดจึงอยากอยู่ที่นี่

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับพี่สาวของพ่อเลี้ยง

พี่สาวของพ่อเลี้ยง บอกอีกว่า แต่ก่อนน้องชายเป็นคนนิสัยคล้ายตน คือไม่ไปเรียกร้องความเป็นธรรมอะไร เพราะเป็นคนนิ่งๆ แต่พอมาแต่งงานกับแม่ของเด็ก แม่เป็นคนที่พูดตรงๆ ไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรไม่ดี ทำให้คนในหมู่บ้านยิ่งไม่ชอบ อย่างเช่นเรื่องที่ชาวบ้านพยายามบอกว่าครอบครัวพ่อเลี้ยงเป็นขบวนการเรียกรับเงินนั้น ก็ไม่เป็นความจริง แม่ของเด็กเป็นคนที่รักความถูกต้อง เรื่องกับครู ก็เพราะครูตีเด็กจริงๆ แม่จึงไม่ยอม รวมถึงเรื่องที่พาลูกไปฉีดยาแล้วแขนบวม ก็มีการจ่ายเงินเกิดขึ้น จริงๆก็ไม่ได้ไปเรียกรับเงิน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเค้าจบปัญหาด้วยการจ่ายเงินมา จะให้ทำอย่างไรต่อได้อีก มันก็ต้องจบแค่นั้น

ตอนนี้ก็ได้คุยโทรศัพท์กับน้องชายอยู่บ้าง ซึ่งน้องก็เครียดที่ถูกชาวบ้านโจมตี แต่ตอนนี้น้องก็อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ตนนั้นยังต้องอยู่ในหมู่บ้าน และตนต้องการร้องขอความเป็นธรรมให้กับน้องชาย อย่าให้ชาวบ้านมาโจมตีน้องชายฝ่ายเดียว ขณะที่ทีมข่าวเองก็ได้พยายามสอบถามชาวบ้านถึงเรื่องราวการรุมโทรมที่เคยเกิดขึ้นในหมู่บ้านเมื่อ 30 ปีก่อน ก็ไม่มีใครอยากจะพูดถึงอีก แต่ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

keyboard_arrow_up