‘น้องพร’น้ำตาตกในถูกสื่อจี้ถาม…มีความรักบ้างไหม? ยอมรับหลอกหนุ่มแต่งงานแค่ 7 ราย ที่เหลือฉ้อโกงธุรกิจ

หลังติดตามตัวอยู่นาน ในที่สุด “น้ำมนต์” หรือ “น้องพร” น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ วัย 32 ปี ที่ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายรายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดหลบหนีไป ก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 60 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒกุล ชายหนุ่มคนสนิทของเธอ มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกวานนี้ (7 ก.ย.)

น.ส.จริยาภรณ์ อ้างว่าไม่ได้มีเจตนากระทำเรื่องดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกแต่งงานเพียง 7 ราย ไม่มากเหมือนที่โดนกล่าวหา เพราะคนอื่นๆ ไม่ได้ถูกหลอกแต่งงาน แต่เป็นการฉ้อโกงธุรกิจที่ทำร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม สีหน้าของ “น้ำมนต์” เปลี่ยนไปทันที เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรัก ความจริงใจ ที่ชายหนุ่มและครอบครัวมีให้ว่า เธอเคยรู้สึกรักบ้างหรือไม่ โดยเธอถึงกับพูดไม่ออก และมีอาการสะอึกสะอื้น

ด้านนายกิตติศักดิ์ หรือตี๋ เพื่อนชายคนสนิท ปฏิเสธไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว และว่าตอนนี้ตนก็สูญเงินไปประมาณ 4-5 หมื่นบาท มั่นใจว่าตนก็ถูกหลอกมาเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ

หลังแถลงข่าวเพียงไม่กี่นาที ตำรวจก็ควบคุมตัวน้องพร พร้อมนายตี๋ ออกไป โดยใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำของนายไพรัตน์ พึ่งสุข ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เพื่อเดินทางไปตามสถานีตำรวจต่างๆ ที่มีการแจ้งความจับน้องพร ที่ขณะนี้มี 5 พื้นที่

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) บอกว่า ขณะนี้ตำรวจสอบสวนแล้วมีผู้เสียหายจากกรณีนี้ 11 ราย โดยยังคงเตรียมแจ้งข้อหา ฉ้อโกงประชาชน กับน้องพร เพราะพฤติกรรมชัดเจน

ด้านนายประสาน เทียมแย้ม ผู้เสียหายที่เดินทางมาติดตามฟังการแถลงข่าว บอกว่า สบายใจขึ้นที่จับน้องพรได้ แต่วันนี้ก็เสียดายที่ไม่ได้เห็นหน้าของน้องพรโดยตรง เพราะสื่อมวลชนค่อนข้างเยอะ แต่เท่าที่เห็นรูปพรรณสันฐานไกลๆ ก็มั่นใจว่าใช่น้องพรแน่นอน และหากได้พูดคุยกันจริง ก็คงต้องถามว่า “ทำแบบนี้กับพวกตนได้อย่างไร”

ขณะที่ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ บอกว่า ยังมีความเชื่อว่าเป็นการก่อเหตุเป็นขบวนการ เพราะพ่อแม่น้องพรอยู่ในงานแต่งงานทุกครั้ง ที่สำคัญคือ กรณีที่ น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ มาให้ปากคำวานนี้ เรื่องบัตรประชาชน ยังขัดกับคำพูดของแม่ น.ส.สร้อยเพ็ชรอยู่ และพฤติกรรมแจ้งทำบัตรใหม่กว่า 6 ครั้งก็น่าสงสัย จึงเข้าให้ข้อมูลนี้กับกองปราบฯ ตรวจสอบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนแถลงข่าว พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฉ้อโกง และลักทรัพย์ ต่อ น.ส.จริยาภรณ์ ก่อนนำตัวไปควบคุมตัวยังห้องขัง โดยระหว่างคุมตัวไปห้องขังนั้น น.ส.จริยาภรณ์ กล่าวว่า “ความจริงทุกอย่างไม่ได้เป็นเหมือนที่หลายคนทราบ แต่ความจริงขอไม่เปิดเผย พร้อมฝากขอโทษพ่อ และแม่ด้วยที่ทำให้เดือดร้อน โดยที่ผ่านมาไม่มีเจตนาที่จะหลอกผู้เสียหายแต่อย่างใด” และเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ย. 60 จะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีฝากขัง โดยหลังจากนี้จะมีการประสานพนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีหมายจับ ของ น.ส.จริยาภรณ์ เพื่อขออายัดตัวไปดำเนินคดีในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป

 

keyboard_arrow_up