หนุ่มพ้นคุกไร้งาน คว้าไขควงตะลอนลักทรัพย์ไปเปิดร้านส้มตำ สุดท้ายไม่รอดตร.

ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ พลตำรวจตรีสรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการสภ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยพันตำรวจเอกทรงกริช อ่อนตะไคร้ รองผู้บังคับการสภ.เชียงใหม่ และพันตำรวจเอกอภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการสภ. เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายอนุกร หรือใหญ่ หรือ เอ็ม สิงห์ แก้ว อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 1/3002 ม.1 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์และมีหมายจับ พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำ-ชมพู-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีขาวทะเบียน 1กท-8955 เชียงใหม่ เสื้อผ้าของผู้ถูกจับที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และทรัพย์สินพวกเครื่องประดับ เหรียญพระ เหรียญกษาปณ์ โทรศัพท์มือถือ

ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ได้รับแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2560 ช่วงเวลากลางวัน เกิดเหตุลักทรัพย์ที่หอพักบ้านป้าช้อยห้องที่ 8 ม.1 ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงออกสืบสวนหาตัวเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายใช้รถจักยานยนต์ก่อเหตุในหลายท้องที่ ทั้งในอำเภอเมืองเชียงใหม่และใกล้เคียง จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด กระทั่งต่อมาสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ซึ่งนายอนุกรให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุหลายพื้นที่จริง

ผู้บังคับการสภ.เชียงใหม่กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้จะพกเพียงไขควงปากแบนอันเดียวติดตัวไว้เสมอ ก่อนจะตระเวนเลือกที่ก่อเหตุ ส่วนใหญ่จะเป็นหอพัก โดยใช้ไขขวงงัดแม่กุญแจที่ล็อคห้องหรือตะแกรงเหล็กที่ปิดกั้นไว้ แล้วเข้าไปในห้องกวาดทรัพย์สินที่พบทั้งหมดใช้เวลาลงมือครั้งละไม่เกิน5นาที ที่ผ่านมาก่อเหตุแล้วกว่า 20 ครั้งทั่วเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเพิ่งพ้นโทษออกคุกมาเมื่อ ม.ค.60 ข้อหาเสพและค้ายาบ้าแต่ไปสมัครงานที่ใดก็ไม่มีที่ใดรับ จึงเลือกเดินเข้าสู่เส้นทางโจรด้วยการตระเวนลักทรัพย์ทั่วเชียงใหม่ เพื่อจะหาเงินไปซื้ออุปกรณ์เปิดร้านขายส้มตำที่ลำพูน ซึ่งสามารถทยอยซื้อของเข้าร้านได้บางส่วนแล้วแต่มาถูกจับเสียก่อน

keyboard_arrow_up