ไม่รู้เป็นหรือตาย!? พี่ร้องศูนย์ดำรงธรรม น้องสาวหายตัวแล้ว 5 วัน หวั่นซ้ำรอยคดี ‘ผอ.อ้อย’ (คลิป)

วันที่ 6 ก.ย. 60 เวลา 12.30 น. นายกิตติศักดิ์ ด้วงทา อายุ 39 ปี เลขที่ 38 หมู่ 3 ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พร้อมญาติ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานีว่า น้องสาวของตัวเองคือ น.ส.กิ่ง นามสมมุติ อายุ 25 ปี ได้ขับรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แคปสีดำ ทะเบียน ฒท 2475 กทม. หายออกจากบ้านไป ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย. 60 โดยบอกว่าจะเข้ามาทำธุระในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จนถึงขณะนี้ญาติๆ ยังไม่สามารถติดต่อได้

นายกิตติศักดิ์ เล่าว่า น.ส.กิ่ง เป็นน้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว แต่งงานมีครอบครัวได้ประมาณ 4 ปี แต่สามีเพิ่งเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ 1 เดือน โดยน้องสาวเรียนจบปริญญาตรีที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ไม่ได้ทำงานอะไร และไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปไหนเพราะป่วยเป็นโรคเบาหวานรุนแรง ต้องฉีดยาเป็นประจำทุกวัน โดยมีตนและแม่ช่วยดูแล จนช่วงเช้าของวันที่ 2 ก.ย. 60 น.ส. กิ่ง ได้ขับรถกระบะออกไป โดยบอกกับทางบ้านว่าจะไปทำธุระในตัวเมืองอุดรธานี เมื่อเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับบ้าน จนถึงตอนเย็น น้องสะใภ้ของตนเห็นว่า น.ส.กิ่งยังไม่กลับบ้านจึงโทรศัพท์หา แต่ไม่รับสาย จึงใช้โปรแกรมแชทแมสเซนเจอร์คุยกับน้องสาวบอกให้รีบกลับบ้าน เพราะแม่เป็นห่วงและบอกให้โทรศัพท์กลับหาแม่ แต่น.ส.กิ่ง ได้ส่งข้อความกลับเป็นข้อความที่น่าสงสัยว่าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่น เมื่อบอกว่าจะเข้าแจ้งความว่าน.ส.กิ่ง หายตัวไป ก็ได้รับการตอบมาว่าถ้าแจ้งความแล้ว ตัวน.ส.กิ่งเดือดร้อนแน่ เพราะว่าน.ส.กิ่งออกจากบ้านไปเก็บค่ายาเสพติด แต่ยังเก็บไม่ได้ เมื่อพิมพ์ถามว่าออกไปกับใครและเก็บให้ใคร ก็ตอบมาว่าออกไปกับเพื่อนอีก 5 คน ไปเก็บที่บึงกาฬและขอนแก่นโดยออกไปเก็บค่ายาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานี

นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า น้องสาวตนยังแชตข้อความรับสารภาพกับน้องสะใภ้ ว่าเคยค้ายาเสพติดตั้งแต่ช่วงเรียน และได้เลิกไปแล้วก่อนกลับมาทำอีก และบอกให้น้องสะใภ้บอกกับแม่ด้วยว่าทำครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่าพลาดไปแล้ว โดยทางน้องสะใภ้บอกว่าให้รีบกลับบ้านมาเคลียร์ให้หมด ถึงเก็บเงินไม่ได้ก็ให้กลับมาบ้านก่อน หลังจากนั้นน้องสะใภ้ก็ส่งข้อความไปอีกหลายข้อความ รวมทั้งโทรศัพท์ติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่น้องสาวก็ไม่ได้เปิดอ่านข้อความจนผ่านไปถึง 4 วัน ตนและแม่เป็นห่วง กลัวว่าจะหายตัวไปเหมือนกับข่าวผอ.อ้อย ที่ถูกอุ้มหาย จึงได้เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองอุดรธานี แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงพากันมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ช่วยติดตามน้องสาวให้ด้วยอีกทาง เพราะกลัวว่าน.ส. กิ่งอาจจะเสียชีวิตไปแล้วเพราะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวเราไม่เคยมีใครไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนมาทราบจากข้อความว่าน้องสาวตนเข้าไปอยู่ในวงจรนี้

นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เปิดเผยว่าหลังรับทราบปัญหาการหายตัวไปของน.ส.กิ่ง ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี ให้รับทราบเร่งติดตามแล้ว ซึ่งทางตำรวจจะเร่งตรวจสอบการหายตัวไป พร้อมภาพถ่ายเพื่อนของน.ส.กิ่ง ที่บอกว่าไปด้วยกัน ทั้งนี้คงเป็นไปตามขั้นตอนการทำงานของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโทรศัพท์การตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด โดยทางศูนย์ดำรงธรรมจะเป็นผู้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการติดตามตัวน.ส.กิ่งให้เร็วขึ้น

ด้าน ภ.จว.อุดรธานีเปิดเผยว่ารับทราบข้อมูลเรื่องน.ส.กิ่งที่หายตัวไปแล้ว และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตรวจสอบจากโทรศัพท์และรถยนต์ คงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ แต่จะทำให้เร็วที่สุด

keyboard_arrow_up