พิราบพรึ่บหนักกว่าเดิม “ลุงปุ๋ย” ไม่เลิกเลี้ยง ใครด่าเหม็นท้าแจ้งจับคิดบวกถือว่าอยู่ฮ่องกง (คลิป)

วันนี้ (6ก.ย.60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าบ้านของนายวีระศักดิ์ สุนทรจามร หรือ ลุงปุ๋ย ภายในซอยอุดมสุข ถนนสุทธิสารวินิจฉัย สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้บ้านหลังดังกล่าวเคยส่งกลิ่นเหม็นและเลี้ยงนกพิราบ สร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และเคยถูกร้องเรียน จนกระทั่งสำนักงานเขตเข้าไปดูแล ตามที่เคยนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายหนึ่ง(นามสมมติ) ชาวบ้านที่ร้องเรียน (นั่งหันหลัง)

นายหนึ่ง(นามสมมติ) ชาวบ้านที่ร้องเรียน เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจ หลังจากที่มีหน่วยงานเข้ามาทำความสะอาดบ้านนายวีระศักดิ์ เมื่อเวลาผ่านไป บ้านของนายวีระสักดิ์ก็สะอาดขึ้น แต่ก็ยังคงเลี้ยงนกเหมือนเดิม ซึ่งพบว่าจำนวนอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ซึ่งนายวีระศักดิ์ได้สร้างชั้นลอย 2 ชั้น เพื่อนำอาหารไปวางไว้ให้นก กลายเป็นการเพิ่มพื้นที่เข้าไปอีก

นายหนึ่งมองว่า ประเด็นหลักที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน คือเรื่องการเลี้ยงนกพิราบ เพราะอาจเป็นพาหะนำเชื้อโรค ซึ่งเป็นอันตรายต่อเพื่อนบ้าน นายหนึ่งบอกด้วยว่า คนอยู่ร่วมกันต้องไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องไม่มีแบบนี้ อยากให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขโดยด่วน

สภาพหน้าบ้านของนายวีระศักดิ์

ที่บ้านของนายวีระศักดิ์ ทีมข่าวพบว่าบริเวณหน้าบ้านยังคงมีนกพิราบมากกว่า 50 ตัว กำลังกินอาหารที่ใส่ถาดวางไว้บริเวณชั้นที่ต่อเติม ด้วยการนำแผ่นไม้ และแผ่นสังกะสีวางเป็นชั้นๆ นอกจากนี้ หน้าบ้านยังคงส่งกลิ่นเหม็นคล้ายข้าวบูด และมีเศษอาหารที่ตกหล่นลงบนพื้นส่งกลิ่นเหม็น

ภายในบ้านยังคงรก มีของวางทั่วบริเวณบ้าน แต่ทั้งนี้นับว่าลดน้อยลง หลังจากได้ทำความสะอาดไปเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยยังคงมีกลิ่นเหม็นชื้น และยังพบแมลงสาบอยู่ตามซอกกองสิ่งของที่ถูกวางทับถมอยู่พื้นบ้าน และนายวีระศักดิ์ยังคงเลี้ยงแมวอยู่มากกว่า 10 ตัว

นายวีระศักดิ์ สุนทรจามร เจ้าของบ้าน

นายวีระศักดิ์ เล่าว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่ บ้านก็สะอาดขึ้น โดยได้นำสิ่งของไปทิ้งมากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งตนมองว่าดีเพราะทำให้แมวได้มีพื้นที่เล่นได้

ทั้งนี้ยอมรับว่า ปริมาณนกพิราบนั้นค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งนกพวกนี้จะไม่นอนที่บ้านตน แต่จะไปอยู่ตามซอกตึกภายในซอย จะบินมาเฉพาะตอนให้อาหาร ทุกวันนี้ยังคงให้อาหารนกพิราบเหมือนเดิม เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม ถึงแม้ทางสำนักงานเขตจะขอร้องให้เลิก แต่ยืนยันว่าตนนั้นทำตามจารีตประเพณี การทำบุญทำทานมีมาก่อนกฎหมาย ส่วนเรื่องกลิ่นเหม็นนั้น หากชาวบ้านไปฟ้องร้องตนในกรณีนี้ ตนก็ยินดี แต่คิดว่ามันต้องมีหน่วยวัด หรือเจ้าหน้าที่มาตรวจว่ากลิ่นเหม็นเกินหลักเกณฑ์ไหม  ยืนยันว่าจะเลี้ยงต่อไป เพราะรู้สึกผูกพันจากการให้อาหารมานาน 20-30 ปี หากนกมันไม่หิว มันก็คงไม่มา ยอมรับว่ามีพื้นที่ให้อาหารนกมากขึ้น แต่ปริมาณอาหารก็ยังคงเท่าเดิม

สภาพภายในบ้าน

ส่วนเรื่องความสะอาด นายวีระศักดิ์บอกว่า ตนพยายามทำความสะอาดมากขึ้น ถึงแม้ว่าวันหนึ่งตนจะต้องติดคุกเพราะสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านก็ยอม เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ เมื่อออกมาจากคุก ก็ยังยืนยันที่จะเลี้ยงนกพิราบเช่นเดิม คิดเสียว่าได้ไปพักตากอากาศที่ฮ่องกง (ห้องขัง)

นอกจากนี้ นายวีระศักดิ์บอกด้วยว่า การที่ตนทำแบบนี้เป็นการลดเศษอาหารให้กับทางการ ช่วยลดภาระการเก็บเศษอาหาร

น.ส.วรรษมล ทองสุทธิ์ ชาวบ้านที่พักอาศัยภายในซอย

ด้าน น.ส.วรรษมล ทองสุทธิ์ ชาวบ้านที่พักอาศัยภายในซอย เปิดเผยว่า ตั้งแต่สำนักงานเขตเข้ามาทำความสะอาดบ้านของนายวีระศักดิ์ ก็พบว่าไม่ส่งกลิ่นเหม็นแรงเท่าก่อนหน้านี้ แต่ปริมาณนกพิราบยังคงมีเหมือนเดิม ซึ่งตนเดินผ่านทุกวัน ส่วนใหญ่นกจะเกาะอยู่ภายในบ้าน แม้นายวีระศักดิ์จะหยุดให้อาหาร นกก็ยังจะคงกลับมาเหมือนเดิม เพราะตรงนี้ก็เหมือนเป็นบ้านของนกไปแล้ว

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ก็เห็นว่ามีนกมาเกาะที่บ้านนายวีระศักดิ์ทุกวัน แต่ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวจะมีนกหรือไม่ ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญ หรือมีกระทบกับตน

keyboard_arrow_up