ผวาไม่หาย! ชาวบ้านย่านหนองจอกห่วงความปลอดภัยหลังเหตุ นร.ตีกันบ่อยครั้ง

จากกรณี นักเรียนโรงเรียนอาชีวะเอกชนมีนบุรีโปลีเทคนิค ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนักเรียนโรงเรียนวิทยาลัยเทคนิค ( วท. ) กาญจนาภิเษกหนองจอก บริเวณสี่แยกไฟแดงหนองจอก ช่วงทางโค้งเลี้ยวเข้าถนนเลียบวารี ด้านหน้าสำนักงานเขตหนองจอก เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5 ก.ย. 60) ทำให้ นายเอ นามสมมุติ อายุ 16 ปี นักเรียนอาชีวะเอกชนมีนบุรีโปลีเทคนิค ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้องจำนวน 1 นัด และโคนขาหนีบขวา 1 นัด จากการถูกนักเรียนโรงเรียนวิทยาลัยเทคนิค ( วท. ) กาญจนาภิเษกหนองจอกยิง และปืนลั่นใส่ตัวเอง

โดยประชาชนผู้อาศัยอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุ เปิดเผยกับคุณภูมินทร์ สารสมบูรณ์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 18 นาฬิกา ได้มีกลุ่มนักเรียนโรงเรียนวิทยาลัยเทคนิค ( วท. ) กาญจนาภิเษกหนองจอกจำนวนประมาณ 8 คน จอดรถจักรยานยนต์ติดสัญญาณไฟจราจรอยู่ในจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นถนนที่จะเลี้ยวเข้าถนนเลียบวารี ต่อมาได้มี นักเรียนโรงเรียนอาชีวะเอกชนมีนบุรีโปลีเทคนิค จำนวนประมาณ 8 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเจอ จนกระทั่ง นักเรียนทั้งสองฝ่ายได้มีการด่าทอ สุดท้ายทั้งสองฝ่ายได้ใช้อาวุธปืนยิงปะทะกันประมาณ 5 นัด ทำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวแตกตื่นกันอย่างมาก ทั้งเด็กนักเรียนที่มารอรถประจำทาง และ ประชาชนที่จอดรถติดสัญญาณไฟจราจรอยู่ จากนั้นไม่นาน เด็กนักเรียนอาชีวะเอกชนมีนบุรีโปลีเทคนิค ได้หลบหนีไปยังเส้นทางถนนเลียบวารี โดยนายเอ (นามสมมุติ) ถูกยิงจากการปะทะ และทำปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ที่นำมาลั่นใส่ตัวเองซ้ำอีกโดยกระสุนได้เข้าตัดเส้นเลือดใหญ่ ก่อนจะถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ระหว่างที่นำตัวผู้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ได้มีกลุ่มนักเรียนโรงเรียน วิทยาลัยเทคนิค ( วท. ) กาญจนาภิเษกหนองจอก ตามมายิงปืนใส่อีกจำนวน 3 นัด แต่เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมแต่อย่างใด / ประชาชนผู้อาศัยอยู่ในจุดเกิดเหตุ บอกว่า รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก พร้อมยืนยัน ที่ผ่านมาในบริเวณจุดดังกล่าวได้มีนักเรียนตีกันบ่อยครั้ง

จากการตรวจสอบ นักเรียนทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใส่เครื่องแบบ โดยนักเรียนทั้งสองฝ่ายจะมีการพกอาวุธปืนกันทุกคน เบื้องต้น ทางเข้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลหนองจอก ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุแล้วพร้อมเร่งดำเนินการติดตามกลุ่มนักเรียนทั้งสองฝั่งมาดำเนินคดีต่อไป

keyboard_arrow_up