ญาติแก๊งโจ๋ฆ่าขืนใจน้องบุ๋มชี้ลูกหลานคนดี – เพื่อนบ้านป้องถ้าขืนใจทำไมเสียงเงียบ (คลิป)

จากกรณีที่ ศาลจังหวัดสระบุรีได้ดำเนินการอนุมัติออกหมายจับ นายนันทพร บุญมาก หรือ โอ๊ต อายุ 23 ปี นายสันติ ทิพมล หรือ ลาภ อายุ 23 ปี ลูกตำรวจ นายอธิพัชร์ อภิญญากุล หรือ ก้อง อายุ 23 ปี ลูกของนายสมนึก อภิญญากุล ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง และนายศุภกร โสภา อายุ 23 ปี หรือ กอล์ฟ ลูกนักการเมืองท้องถิ่น 4 ผู้ต้องหาในฐานความผิด ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ย้ายศพหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ภายหลังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ นางสาวนิศากร หรือบุ๋ม อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2560 ที่นางสาวนิศากร ได้ทำการผูกคอกับลูกบิดประตู ภายในบ้านหลังหนึ่งที่ ตำบลหนองแค อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นของ นาย อธิพัชร์ 1 ใน 4 ผู้ต้องหา

โฉมหน้า 4 ผู้ต้องหา

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (5 กันยายน 2560) พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาสอบปากคำบรรดาผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย พร้อมมีการคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้พยานชี้ตัว ซึ่งพยานสามารถชี้ตัวผู้ต้องหาได้ถูกต้องทั้งสิ้น 2 คน โดยใช้เวลาในการสอบปากคำเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

พลตำรวจเอกศรีวราห์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า 3 ใน 4 คน เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมจริง ซึ่งตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ฝากขังศาลจังหวัดสระบุรี ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ย.) พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี

ขณะที่ ทีมข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปตำบลคชสิทธิ์ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เพื่อพูดคุยกับผู้เป็นย่าของนายศุภกร หรือ กอล์ฟ เปิดเผยว่า กอล์ฟ เพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี และกำลังอยู่ในช่วงหางานทำ ซึ่งปกติหลานชายจะมีอุปนิสัยร่าเริง ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือติดผู้หญิง พร้อมยืนยัน ทันทีที่ทราบข่าวว่าหลานตัวเองตกเป็นผู้ต้องหา ก็รู้สึกตกใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก โดยเชื่อด้วยว่า หลายชายของตนเองไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆาตกรรมและรุมโทรมนางสาวนิศากร แต่อย่างใด เนื่องจากหลานชายเป็นคนดีมาตลอด ไม่เคยมีพฤติกรรมที่จะบ่งชี้ได้ว่าจะสามารถฆ่าคนได้ ซึ่งหากมีโอกาสจะเดินทางไปเยี่ยมหลานชายพร้อมพ่อกับแม่ของนายศุภกร

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ย่าของนายศุภกร หรือ กอล์ฟ 1 ในผู้ต้องหา

นอกจากนี้ ย่าของนายศุภกร บอกด้วยว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา นายอธิพัชร์ หรือก้อง ได้เดินทางมานอนพักยังบ้านพักของตนเอง โดยในอดีต นายอธิพัชร์ ได้เคยมาพักอาศัยที่บ้านแล้วเช่นกัน แต่เมื่อนายอธิพัชร์ มาตนเองก็ไม่พบกับสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
ขณะที่ เดินทางไปที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่ี่เป็นบ้านของนายนันทพร บุญมาก (โอ๊ต) อายุ 23 ปี หนึ่งใน 4 ผู้ต้องหา ที่ศาลจ.สระบุรี อนุมัติหมายจับ เมื่อทีมข่าวไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นสีฟ้า และมีประตูรั้วเหล็กปิดล็อกมิดชิด พบหญิงชราเดินอยู่บริเวณบ้าน จากการสอบถามทราบว่า เป็นคุณย่าของนายโอ๊ต ซึ่งคุณย่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ บอกเพียงสั้นๆว่า นายโอ๊ตอาศัยอยู่ที่นี่จริง เพราะพ่อแม่อย่าร้างกันนานแล้ว และได้มาอาศัยอยู่กับตน ส่วนคืนเกิดเหตุหลานได้ขออนุญาตตนไปบ้านเพื่อน และเห็นว่ากลับเข้าบ้านอีกครั้งในตอนเช้า โดยไม่มีการพูดคุยหรือเล่าอะไรให้ฟัง หลังทราบว่าหลานถูกออกหมายจับก็ต้องรู้สึกเป็นห่วงอยู่แล้ว

ทีมข่าวสอบถามข้อมูลจากประชาชนบริเวณใกล้เคียง

ทีมข่าวลองไปสอบถามเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ได้รับข้อมูลตรงกันว่านายโอ๊ต อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้จริง โดยย่าของนายโอ๊ตเป็นอดีตครู แต่เกษียณแล้ว ทั้งนี้ จะเห็นนายโอ๊ตขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงค่ำ แต่ส่วนตัวไม่เคยคุยกัน เพราะคนบ้านนี้ไม่ค่อยสุงสิงใคร จะเก็บตัวเงียบ และค่อนข้างมีฐานะ ที่ผ่านมาก็เห็นนายโอ๊ตเป็นเด็กดี ดูเชื่อฟังปู่และย่า ไม่เคยพบว่ามีพฤติกรรมเกเร หรือเป็นอันธพาล

บ้านที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านเมืองแก้ว

นอกจากนี้ทีมข่าวยังย้อนกลับไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านเมืองแก้ว พบว่าประตูรั้วบ้านเปิดอยู่ แต่ประตูด้านในล็อกไว้ โดยมีชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันอยู่เยื้องกับบ้านหลังดังกล่าว โดยชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากให้ข้อมูลอะไร เพราะเคยให้ข่าวไปแล้วแต่ถูกโซเชียลด่าว่าเข้าข้างคนผิด

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ประชาชนบริเวณดังกล่าว

ต่อมามีเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เป็นคนที่เข้าไปทำความสะอาดห้องที่เกิดเหตุ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า รู้จักกันกับเจ้าของบ้านที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี พ่อของนายอธิพัชร์ 1 ใน 4ผู้ต้องหา หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บรวบรวมหลักฐานเสร็จเรียบร้อย รวมถึงญาติของผู้หญิงที่เสียชีวิตมาทำพิธีเชิญวิญญาณ เจ้าของบ้านคนดังกล่าวก็ได้จ้างตน 1,000 บาท ให้เข้าไปทำความสะอาดบ้าน ซึ่งตนก็เข้าไปเก็บของบริเวณชั้นล่าง จากนั้นจึงขึ้นไปทำความสะอาดบนชั้นสอง ก็เห็นเลือดกองเล็กๆ 1 กอง จึงเช็ดถูจนสะอาด ยืนยันว่าคืนเกิดเหตุเห็นกลุ่มวัยรุ่นมานั่งกินหมูกระทะกัน แต่มีผู้หญิงร่วมวงแค่คนเดียว และไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือเสียงทะเลาะเบาะแว้ง ขณะที่หลังเกิดเรื่อง ยังไม่มีใครกลับมานอนที่บ้านหลังนี้เลย ทราบว่าไปนอนบ้านญาติซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน

keyboard_arrow_up