รวมพลเหยื่อถูก “น้องพร” หลอกแต่งงาน ร้องกองปราบฯ เชื่อพ่อ-แม่เอี่ยว ยันดำเนินคดีถึงที่สุด

จากกรณีที่นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ “น้ำมนต์” (นางสาวพร นามสมมุติ) สาวหลอกหนุ่มแต่งงาน ที่ได้หลอกชายหนุ่มหลานรายแต่งงาน แล้วก็เชิดสินสอดมูลค่าหลายแสนบาทหนีไป โดยเรื่องดังกล่าวมีผู้เสียหายจำนวนหลายรายที่มาแสดงตัวแล้วกว่า 10 ราย พร้อมกับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นางสาวพรเป็นผู้หญิงที่พูดจาดี มองทีแรกก็ดูดีเป็นคนน่าเชื่อถือ ประกอบกับมีวิธีการพูดเก่ง แล้วก็แอบอ้างทำท่าทีชวนให้ผู้เสียหาย มาร่วมลงทุนทำธุรกิจค้าผลไม้ แล้วก็หลอกแต่งงานภายหลัง”

ล่าสุด วันนี้ (5 ก.ย. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมกับทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ , พ.ต.ท.เอกบดี ศรีสุระ อดีตรองผู้กำกับสอบสวน และกลุ่มผู้เสียหายที่ถูก “น้องพร” หลอกแต่งงานกว่า 11 ราย ซึ่งก็ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับนางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ และพวกอีก 3 ราย ได้แก่ นายบุญเลี้ยง บัวใหญ่ (บิดา) , นางสำรอง บัวใหญ่ (ภรรยา) , นางสาวสร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ เจ้าของบัญชีธนาคารที่ “น้องพร” ใช้ในการรับโอนเงินและถอนเงิน ต่อผู้บังคับการกองปราบปราม ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม รับหนังสือดังกล่าว

ด้าน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เปิดเผยว่า จากกรณีผู้เสียหายหลายรายถูก “น้องพร” หลอกแต่งงาน แล้วก็หลอกว่าตัวเอง ชื่อ สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ (ตามทะเบียนราษฎรไม่ใช่หน้าน้องพร จากนั้นทุกคนนั้นต่างก็ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจขายผลไม้เช่นเดียวกันหมด ก่อนจะเชิดเงินหนีไป รวมกันแล้วหลายรายเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ราย โดยความผิดนี้เบื้องต้นถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ถ้าผู้ใดกระทำความผิดฐานฉ้อโกงด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ่อ-แม่น้องพร

รวมถึงคดีนี้ ตัว “น้องพร” ผู้ต้องหา ได้แสดงตนเป็นคนอื่น คือ บุคคลที่ปรากฏชื่อและนามสกุลที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารและในการ์ดแต่งงาน โดยมีพ่อแม่เป็นผู้รับสินสอด ซึ่งทั้งหมดอาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ มาตรา 342

นายประสาร เทียมแย้ม เหยื่อที่ถูก “น้องพร”

ขณะที่ นายประสาร เทียมแย้ม เหยื่อที่ถูก “น้องพร” หลอกเป็นรายที่ 3 ระบุว่า จากการพูดคุยกับเพื่อนๆผู้เสียหายที่มาในวันนี้ พบว่าวิธีการหลอกผู้ชายแต่งงานของ “น้องพร” มีวิธีคล้ายๆกัน คือ หลอกให้ลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้นานาชนิด โดยสำหรับวันนี้ที่เดินทางมากองบังคับการปราบปราม ก็เพื่อต้องการดำเนินคดีกับ “น้องพร” และพวกที่ร่วมขบวนการอย่างถึงที่สุด โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกดีใจ และโล่งใจเป็นอย่างมากที่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งก็อยากจะให้ผู้ที่ทำความผิด ได้รับผลจากการกระทำของตัวเองเสียที ไม่อยากให้ไปหลอกเอาเงินใครได้ง่ายๆอีก

พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำทางผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว โดยจะมีการเรียกสำนวนคดีในทุกๆพื้นที่ที่ได้มีการแจ้งความมาที่ส่วนกลางทั้งหมด เพื่อความสะดวกในการดำเนินคดีติดตามตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บังคับการกองปราบปรามได้ส่งชุดสืบไปติดตามดูเบื้องต้นแล้ว แต่ตอนนี้ก็ต้องรอข้อเท็จจริงปรากฎก่อน ทั้งนี้หากใครมีปัญหาในเรื่องลักษณะนี้ สามารถเข้ามาร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามได้เลย โดยก็ต้องเตรียมหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมาทั้งหมด เพื่อจะประมวลเรื่องเสนอให้ผู้บังคับบัญชาต่อไป อย่างเรื่องดังกล่าว ทางกองบังคับการปราบปรามได้ให้ความสำคัญ ซึ่งเบื้องต้นก็มีข้อมูลว่าผู้ต้องหามีหมายจับในคดีอื่นๆด้วย จึงให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรัดในคดีนี้แล้ว

keyboard_arrow_up