เปิดใจ! เด็กใจแกร่ง ถูกไฟคลอกทั้งร่าง อยู่ได้ด้วยในหลวง ร.9 เป็นกำลังใจ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Putsa Fungtakian เผยเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง วัย 8 ขวบ ที่ประสบเหตุการณ์ร้ายหลังจากถูกไฟไหม้ทั้งตัว แต่ยังสู้ชีวิตและมีกำลังใจดี ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกกดแชร์ในเฟซบุ๊กไปมากกว่า 40,000 ครั้ง ในเวลาไม่ถึง 1 วัน

ล่าสุด วันนี้ (4 ก.ย.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปที่หน้าวัดสังวรวิมลไพบูลย์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อมาหาน้องตุลา ซัง อายุ 8 ขวบ ที่อาศัยอยู่กับคุณพ่อ 2 คน ส่วนคุณแม่และพี่ชายไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด โดยครอบครัวดังกล่าวเป็นชาวกัมพูชา โดยมีแค่น้องตุลาพูดภาษาไทยได้เพียงนิดเดียว แม้น้องตุลาไม่ได้เรียนหนังสือก็ตาม

น้องตุลา เล่าให้ฟังว่า อุบัติเหตุไฟคลอก เกิดขึ้นตอนที่ตนเองอายุ 5 ขวบ ตอนนั้นตนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วรู้สึกหนาว จึงบอกพี่ชายว่าไปผิงไฟ ขณะที่ผิงไฟ ปรากฎว่าเปลวไฟกำลังจะดับ ตนจึงเอาน้ำมันทินเนอร์ที่ใช้ผสมสีซึ่งเหลืออยู่ครึ่งกระป๋องมาเทใส่กองไฟ จากนั้นก็เกิดระเบิดขึ้น ตนก็กระเด็นออกมาประมาณ 3 เมตร โดนไฟลวกทั้งตัว
จากนั้นพี่ชายรีบเอาน้ำมาราดจนไฟดับ และนำตัวส่งโรงพยาบาลบางใหญ่ แต่เนื่องจากเครื่องมือไม่พร้อม จึงถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศิริราช

น้องตุลาต้องเจาะที่บริเวณคอเพื่อช่วยในการหายใจ

น้องตุลา บอกว่า ตอนที่เห็นสภาพร่างกายตัวเองครั้งแรกรู้สึกเสียใจที่เดินไม่ได้ เวลาไปไหนมาไหนมีคนมองด้วยความสงสาร บางคนก็อาจจะมองว่าตัวเองน่าสมเพศ แต่ตนก็ไม่ได้ใส่ใจ คิดแค่ว่าใช้ชีวิตอยู่ให้รอดก็พอ
“ตนไม่อยากเกิดมาเป็นแบบนี้ แต่มันเป็นไปแล้ว” ตลอดเวลาที่คุยกับทีมข่าว น้องตุลาก็ร่าเริงแจ่มใส ไม่มีท่าทีเศร้ากับสิ่งที่ตนเองกำลังเป็นอยู่ แต่หากน้องพูดคุยนานก็จะมีอาการเหนื่อยหอบ เพราะปัจจุบันหายใจทางคอซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการถูกไฟคลอก

น้องตุลาแขวนสร้อยรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9

นอกจากนี้น้องตุลายังแขวนสร้อยรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยบอกกับทีมข่าวว่า ได้รับมาจากนายตำรวจท่านหนึ่งที่ท้องสนามหลวง จึงได้ใส่ติดตัวไว้ตลอด เพราะเคยเห็นพระองค์ในทีวีทุกวัน ย้ำด้วยว่าแม้ตนจะไม่ใช่คนไทยแต่ก็รักพระองค์เหมือนกัน เพราะพระองค์คือกำลังใจให้สู้ชีวิต เมื่อถามถึงความช่วยเหลือ ว่าตอนนี้อยากให้ช่วยเหลืออะไรบ้าง น้องตุลาบอกว่า อยากให้ช่วยเรื่องการรักษา เพราะยังต้องผ่าตัดอวัยวะอีกหลายอย่าง เช่นหู ,แขนและเท้า เพราะตอนนี้พ่อต้องออกจากงานมาดูแล ทำให้รายได้หายไป มีเพียงแม่กับพี่ชายที่ช่วยกันทำงาน

ขณะเดียวกันในวันนี้ ทีมข่าวยังพบกับ 2 นักศึกษาจากมหาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ จ.นนทบุรี ซึ่งเดินทางนำสิ่งของและเงินจากทางวัดบางระโหง จ.นนทบุรี มาช่วยเหลือน้องตุลา โดยบอกว่าเห็นข่าวน้องในเฟซบุ๊กจึงอยากช่วยเหลือ

keyboard_arrow_up