โผล่แฉอีก! เหยื่อ ‘น้องพร’ สาวหลอกแต่งงาน ถูกฉก ATM กดโอนไป 5 หมื่นบาท (คลิป)

เหยื่ออีกรายที่ถูกหญิงสาวหลอกลวงเชิดเงินสินสอด เผยเคยถูกขโมยบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน แต่พอถูกจับได้ตำรวจกลับปล่อยตัว ผ่านมา 3 ปี ยังไม่ได้เงินคืน และคนร้ายก็ยังลอยนวลไปก่อเหตุหลอกลวงเหยื่ออีกหลายราย

กรณีของน้องพร นามสมมติ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดเลย ที่ไปก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มแต่งงาน 4 คนภายใน 1 เดือน ก่อนเชิดเงินสินสอด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ยังคงติดตามเรื่องที่เกิดขึ้น และพบว่า เธอนั้นมีคดีเก่าติดตัวอยู่หลายคดี โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ออกมาแชร์เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบอกว่า เป็นคุณพ่อของตนที่ถูกหญิงคนนี้นำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะจับตัวได้ แต่สุดท้ายตำรวจก็ปล่อยคนร้ายหลบหนีไปลอยนวล

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี พูดคุยผ่านวิดีโอคอลกับคุณคมสัน คันธะชัย อายุ 47 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2557 ตอนนั้นคุณคมสัน ไปทำธุรกรรมทางการเงินโดยใช้บัตรเอทีเอ็มที่สามารถกดเงินได้วันละ 2 แสนบาท แต่เพราะสังเกตว่าแถวที่ต่อท้ายที่ตู้เอทีเอ็มเริ่มยาว คนรอเยอะจึงเริ่มพะวง และรีบทำธุรกรรม ก่อนจะลืมบัตรไว้ที่ตู้ตรงจุดนั้น เขามั่นใจว่า คนที่ยืนต่อแถวทำธุรกรรมคนถัดไปคือน้องพร

คุณคมสัน บอกว่า ทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าลืมบัตร ก็ประมาณ 5 นาที หลังจากที่เดินออกจากจุดนั้น ประกอบกับมีข้อความแจ้งเตือนว่ามีเงินออกจากบัญชีของตัวเองประมาณ 50,000 บาท เขาจึงสงสัย และโทรศัพท์ไปสอบถามที่ธนาคาร ก่อนจะพบว่ามีผู้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น และตรวจสอบพบว่าเป็นบัญชีของน้องพร

ตำรวจสามารถจับกุมตัวน้องพรได้ในวันเกิดเหตุ เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริงและได้นำเงินไปซื้อทองหมดแล้ว พร้อมทำสัญญาว่าจะนำเงินมาคืนในวันรุ่งขึ้น แต่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ผ่านมา 3 ปี คดีของคุณคมสันก็ยังไม่คืบหน้า ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากหญิงที่ชื่อน้ำมนต์ หรือครอบครัว และเพิ่งทราบว่าตำรวจได้นำหมายศาลคดีนี้ไปตามหาคนร้ายที่บ้านเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

คุณคมสัน บอกด้วยว่าก่อนหน้านี้ก็มีการประกาศตามหาผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ไม่ได้รับกระแสตอบรับมากแบบนี้ กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด คือการหลอกเชิดเงินค่าสินสอดไปนั้นคุณคมสัน บอกว่า อยากให้ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่ไปลงมือก่อเหตุกับใครอีก ส่วนคดีของตนนั้นก็ไม่มั่นใจว่าจะได้เงินคืน ซึ่งหากตำรวจจับตัวได้และอนุญาตให้ไปดูหน้าผู้ต้องหา ยืนยันว่าจะไปอย่างแน่นอน แม้คดีความของตนนั้นความเสียหายจะน้อยกว่าเหยื่อรายล่าสุด และไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานก็ตาม

ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเอาเงินสินสอดไปนั้น วันนี้รวมตัวกัน เพื่อรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปแจ้งความ ขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.

keyboard_arrow_up