สาวโคราชปีนเสาร้องคดี หลังตร.ข่มขืนหลาน 14 คดีไม่คืบ (คลิป)

หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่่ผ่านมา พ.ต.อ ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีคนปีนเสาวิทยุสื่อสาร สูง 90 เมตร ของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง โดยในที่เกิดเหตุพบหญิงทราบชื่อ นางสาวนิรัชนก มัยโล อายุ 35 ปี นั่งอยู่ช่วงกลางโครงเหล็กเสาโทรคมนาคม และทำทีเหมือนจะกระโดดลงมาเพื่อฆ่าตัวตาย ด้านเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการเกลี้ยกล่อมให้ลงมา โดยน.ส.นิรชนก ได้โยนใบปลิวที่เป็นกระดาษขนาดเอ 4 ซึ่งเป็นสำเนาข้อความเขียนด้วยลายมือ อ้างว่า ดาบตำรวจนายหนึ่งสังกัดสถานีตำรวจโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา พรากผู้เยาว์ กระทำอนาจาร และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานสาวของตนเองแต่คดีกลับถูกพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง

นางสาวนิรัชนก ทำท่าเหมือนจะกระโดดฆ่าตัวตาย

ก่อนหน้านี้น.ส.นิรัชนก พร้อมหลานสาวที่เป็นผู้เสียหาย ได้มาออกรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน เวลา14.15น. ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีความสนิทสนมกับดายตำรวจคนดังกล่าว เมื่อย้ายมาประจำที่จ.นครราชสีมา จึงให้มาพักอาศัยที่บ้านของตนเอง ส่วนการล่วงละเมิดทางเพศทราบจากหลานสาวว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 แต่ตนมาทราบเรื่องหลานสาวเมื่อปี 2559 เนื่องจากที่ผ่านมาหลานสาวมีความหวาดกลัวและไม่กล้าบอกความจริง กระทั่งดาบตำรวจนายนี้ย้ายออกจากบ้าน หลานสาวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด ทั้งยังมีหลักฐานว่าดาบตำรวจพยายามติดต่อมาหาหลานสาวผ่านทางเฟซบุ๊ก หลังทราบเรื่องได้มีการเเจ้งความเเล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2559 และมีการติดตามเรื่องมาโดยตลอด และได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และนายตำรวจนายนี้ก็ยังทำงานอยู่ปกติ จึงเกรงว่าตนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

พลตำรวจตรีสุรพล แก้วขาว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

 

ล่าสุด พลตำรวจตรีสุรพล แก้วขาว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา กล่าวว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางปี 2559 ซึ่งขณะนั้นพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้องดาบตำรวจผู้ที่ถูกกล่าวหาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำอนาจาร และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 14 ปี โดยดาบตำรวจคนดังกล่าวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เมื่อสำนวนคดีไปถึงชั้นอัยการ อัยการกลับมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องและได้ส่งสำนวนคดีกลับมาที่ตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อให้พิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่  โดยสำนวนคดีอยู่ในขั้นของการพิจารณาและคาดว่าจะสรุปความเห็นคดีดังกล่าวภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากมีคความเห็นแย้งกับอัยการก็ต้องส่งสำนวนคดีไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาแต่ถ้าหากเห็นด้วยกับอัยการก็เป็นอันว่าคดียุติ

 

keyboard_arrow_up